การปะทะกันทางแทคติกและการควบคุมแดนกลาง
ศึกฟุตบอลโลกนัดนี้เป็นการดวลแทคติกที่น่าสนใจระหว่าง เม็กซิโก ที่เล่นด้วยพลังงานและความดุดัน ปะทะกับ อังกฤษ ที่เน้นโครงสร้างและการครองบอลที่เป็นระบบ คาดว่าเม็กซิโกจะใช้ระบบ 4-3-3 โดยมี หลุยส์ โรโม เป็นแกนหลักในแดนกลางเพื่อตัดเกม ทว่าระบบ 4-2-3-1 ของอังกฤษที่มี จู๊ด เบลลิงแฮม คอยเคลื่อนที่ในช่องว่าง (half-spaces) จะสร้างปัญหาใหญ่หลวง เบลลิงแฮมมีความสามารถในการสอดเข้ากรอบเขตโทษและพลิกบอลในพื้นที่แคบ ซึ่งจะทำให้มิดฟิลด์ตัวรับของเม็กซิโกต้องรับศึกหนัก และบีบให้เซนเตอร์แบ็กต้องขยับขึ้นมาเปิดพื้นที่ว่างให้ แฮร์รี่ เคน เข้าทำ
จุดอ่อนในเกมรับปะทะแนวรุกระดับโลก
การเปลี่ยนจากเกมรุกเป็นเกมรับคือจุดอ่อนสำคัญของเม็กซิโก แม้ว่าพวกเขาจะมีปีกที่มีความเร็วจัดจ้านอย่าง ฮูเลียน ควิโญเนส แต่แนวรับของเม็กซิโกค่อนข้างช้าในการถอยคุมพื้นที่ ซึ่งจะเจอปัญหาใหญ่เมื่อต้องรับมือกับความเร็วของ มาร์คัส แรชฟอร์ด และการเติมเกมรุกของ รีซ เจมส์ ที่จะสร้างสถานการณ์แบบ 2 ต่อ 1 ที่ริมเส้น ฝั่งเม็กซิโกต้องหวังพึ่งความผิดพลาดในการครองบอลของอังกฤษ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ของ อัลวาโร ฟิดัลโก ในการจ่ายบอลเร็วให้ ราอูล ฮิเมเนซ ก่อนที่ จอห์น สโตนส์ และแนวรับอังกฤษจะตั้งตัวทัน
บทวิเคราะห์และแนวโน้มของเกม
ด้วยราคา สูง/ต่ำ ที่เปิดมาเพียง 2.000 ถือเป็นโอกาสดีในการเลือกเชียร์สกอร์ 'สูง' เนื่องจากทั้งสองทีมมีเกมรุกที่เฉียบคมมากกว่าความเหนียวแน่นในเกมรับ คุณภาพส่วนตัวของผู้เล่นอังกฤษในแดนหน้า นำโดย แฮร์รี่ เคน (4 ประตูจาก 4 นัด) จะเป็นตัวตัดสินเกม คาดว่าเม็กซิโกจะหาจังหวะสวนกลับเร็วและทำประตูได้ แต่ด้วยขุมกำลังที่ลึกกว่าของอังกฤษ รวมถึงตัวสำรองทีเด็ดอย่าง โอลลี่ วัตกินส์ จะช่วยให้ทัพสิงโตคำรามเบียดเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-1
- การเจาะช่องตรงกลางของเบลลิงแฮมเข้าทำลายแนวรับเม็กซิโกที่ยืนตำแหน่งห่าง
- ความเฉียบคมของแฮร์รี่ เคน ในการดวลกับแผงหลังเม็กซิโกที่ค่อนข้างช้า
- เกมสวนกลับเร็วของเม็กซิโกโดยควิโญเนสที่จะทดสอบฟูลแบ็กของอังกฤษ



