การปะทะกันทางแทคติก: การควบคุมแดนกลาง ปะทะ เกมสวนกลับเร็ว
ศึกฟุตบอลโลกนัดนี้เป็นการดวลสไตล์ที่น่าสนใจระหว่างระบบ 4-3-3 ที่เน้นการครองบอลของสเปน กับระบบ 4-2-3-1 ที่เน้นเกมรุกรวดเร็วของเบลเยียม ความได้เปรียบทางแทคติกของสเปนอยู่ที่การหมุนเวียนผู้เล่นในแดนกลางและการบีบเกมสูง (Counter-pressing) ที่ยอดเยี่ยม โดยมี มิเกล เมริโน่ และ อเล็กซ์ บาเอน่า คอยคุมพื้นที่ฮาล์ฟสเปซ ทำให้สเปนสามารถกดดันในแดนหน้าได้อย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนสำคัญจะอยู่ที่ริมเส้นซึ่ง ลามีน ยามาล จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวดวลเดี่ยวกับฟูลแบ็กเบลเยียม ซึ่งเกมรับในช่วงเปลี่ยนผ่านของเบลเยียมมักมีปัญหา และการตัดเข้าในของยามาลจะบีบให้คู่มิดฟิลด์ตัวรับอย่าง ตีเลอมันส์ และ วานาเกน ต้องขยับออกไปซ้อน เปิดช่องว่างตรงกลางให้ มิเกล โอยาร์ซาบาล เข้าทำ
จุดอ่อนในเกมรับและกุญแจสำคัญ
ความหวังของเบลเยียมขึ้นอยู่กับ เควิน เดอ บรอยน์ และ โรเมลู ลูกากู หากเบลเยียมสามารถเจาะแนวบีบเกมแรกของสเปนได้ ลูกากูจะใช้ความแข็งแกร่งเล่นงาน อายเมริก ลาปอร์ต ในจังหวะสวนกลับ อย่างไรก็ตาม แนวรับของเบลเยียมแม้จะมี ติโบต์ กูร์ตัวส์ เฝ้าเสา แต่ยังขาดความเร็วในการเคลื่อนที่ด้านข้างเพื่อรับมือกับการถ่ายบอลที่รวดเร็วของสเปน แม้ไลน์กองหลังที่ดันสูงของสเปนจะมีความเสี่ยง แต่การกดดันคู่ต่อสู้จนโงหัวไม่ขึ้นจะช่วยลดโอกาสที่เบลเยียมจะส่งบอลสวยๆ ให้ลูกากู คาดว่าสเปนจะครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจนและค่อยๆ เจาะแนวรับเบลเยียมจนล้าและเสียประตูในที่สุด
- การบีบเกมสูงในระบบ 4-3-3 ของสเปนจะสร้างความกดดันอย่างหนักให้แดนกลางเบลเยียม
- ความสามารถเฉพาะตัวของ ลามีน ยามาล ในการดวล 1 ต่อ 1 จะเจาะแนวรับเบลเยียมได้ง่าย
- โรเมลู ลูกากู ยังคงเป็นตัวอันตรายในจังหวะสวนกลับเร็วเมื่อสเปนดันไลน์กองหลังสูง



