กุรนูร์ บราร์ ทำ 4/30 พาอินเดียชนะนิวซีแลนด์ 4 รันตามวิธี DLS ในเกม ODI นัดที่สองที่เวลลิงตัน และนำซีรีส์ India vs New Zealand ไปก่อน 2-0
นิวซีแลนด์ถูกจำกัดไว้ที่ 134 รัน และอินเดียปิดเกมได้ด้วยชัยชนะสี่รันตามวิธี DLS ช่องว่างแคบขนาดนั้นทำให้สเปลล์ของบราร์กลายเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ทั้งหมดของเกม เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมจากผลงานนั้น
หลังเกม นักวิ่งเร็วสูงรายนี้เลือกพูดถึงคนอื่นก่อนตัวเอง เขาชี้ว่าสภาพแวดล้อมในทีมและความเชื่อมั่นจากสตาฟฟ์โค้ชกับกัปตันชุบมัน กิลล์ คือสิ่งที่ทำให้เขากล้าปล่อยบอลในสภาพที่ไม่มีอะไรรับประกัน
กุรนูร์ บราร์ ยกเครดิตทีมหลังสเปลล์ 4/30
บราร์บอกว่าการได้เรียนรู้จากเกมที่ยากลำบากและการทำงานร่วมกับรุ่นพี่คือหัวใจของการพัฒนา เขาเล่าว่าได้ลงเปิดเน็ตกับวีรัต โกห์ลี และโรหิต ชาร์มา ซึ่งให้คำแนะนำกับเขาไว้หลายเรื่อง
"ผมได้เปิดเน็ตกับพี่วีรัตและพี่โรหิต และพวกเขาให้คำแนะนำกับผมเยอะ" บราร์กล่าว
เขาไม่ได้ปิดบังว่ามีช่วงที่กำลังใจตกต่ำ เกมที่กัวฮาติและที่ลอร์ดสเป็นสองเกมที่เขายกมาเองว่าเป็นประสบการณ์ที่บั่นทอนความมั่นใจ แต่การเรียนจากเกมพวกนั้นคือสิ่งที่ทำให้เขายืนอยู่ตรงนี้ได้
คำสารภาพแบบนี้หายากในบทสัมภาษณ์หลังเกมที่ผู้เล่นเพิ่งคว้ารางวัล ส่วนใหญ่จะเล่าเส้นทางที่ราบรื่น บราร์กลับไล่เรียงจุดที่ล้มเหลวก่อนจะพูดถึงจุดที่สำเร็จ
มอร์น มอร์เกล กับความสูงที่เป็นอาวุธ
โค้ชโบว์ลิ่งมอร์น มอร์เกล จับจุดแข็งของบราร์ได้ตรงที่สุด เพราะทั้งคู่มีความสูงและสไตล์การปล่อยบอลที่คล้ายกัน บราร์บอกว่ามอร์เกลแนะนำเรื่องความยาวของบอลที่เหมาะกับแต่ละพื้นพิทช์อย่างต่อเนื่อง
คำแนะนำนั้นไม่ใช่คำสั่งครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการคุยกันตลอดเวลา ซึ่งช่วยให้เขารู้ว่าควรใช้ความสูงของตัวเองอย่างไรในแต่ละสภาพสนาม มากกว่าจะปล่อยบอลตามสูตรเดิมทุกแห่ง
ชุบมัน กิลล์ กับวัฒนธรรมที่ตัดสินกันที่ความพยายาม
บราร์ยกให้กิลล์เป็นคนที่สร้างความมั่นใจให้ทั้งทีม ด้วยการปฏิบัติกับทุกคนเหมือนกัน และไม่ตัดสินใครจากผลงานเกมเดียว
"เขาแบ็กทุกคนเหมือนกัน ที่นี่ไม่มีใครถูกตัดสินจากผลงานเกมเดียว" บราร์กล่าว
เขาอธิบายว่าสิ่งที่นับคือความพยายามที่ใส่ลงไป ทิศทางการซ้อม และวิธีที่แต่ละคนมองหาการพัฒนา กิลล์เองก็มีแรงผลักดันแบบเดียวกัน และคุยแผนของตัวเองกับลูกทีมอยู่เสมอ
เมื่อพูดถึงการปรับตัวในต่างประเทศ บราร์บอกว่าทีมสั่งให้เขาปล่อยบอลโดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนตี ในอินเดียบนพิทช์เรียบก็ใช้วิธีเดียวกัน แต่ข้อความจากทีมยังเหมือนเดิม คือให้เชื่อในจุดแข็งของตัวเองแล้วปล่อยบอลลูกนั้นออกไป จะโดนสี่หรือโดนหกก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องแบกไว้
อินเดียถือความได้เปรียบ 2-0 ก่อนไปแฮมิลตัน
ชัยชนะที่เวลลิงตันทำให้อินเดียนำซีรีส์ห้านัด 2-0 หลังชนะนัดแรกที่โอ๊คแลนด์ 5 วิกเก็ตตามวิธี DLS เกมนัดที่สามจะเล่นที่แฮมิลตันวันที่ 10 พฤศจิกายน ก่อนสองนัดสุดท้ายที่ Mount Maunganui วันที่ 13 และ 15 พฤศจิกายน
บราร์บอกว่าเป้าหมายใหญ่คือการคว้าแชมป์ ICC Men's Cricket World Cup และเรื่องนั้นอยู่ในหัวของทุกคน แต่เขาเลือกมองเกมต่อเกมมากกว่า
ก่อนลงสนามที่แฮมิลตัน สิ่งที่เขาจะโฟกัสคือการแก้ข้อผิดพลาดจากเกมที่เวลลิงตัน ถ้าอินเดียเก็บนัดที่สามได้ ซีรีส์นี้ก็จะจบก่อนกำหนดสองนัด ซึ่งเป็นเหตุผลที่เกมถัดไปมีความหมายมากกว่าการรักษาสถิติส่วนตัว
รายงานต้นฉบับจาก icc-cricket.com