องก์ที่หนึ่ง: การล่มสลายของอาณาจักรบนผืนหญ้า
ณ ใจกลางกรุง COLOMBO แผ่นดินที่เคยรุ่งโรจน์ด้วยเสียงหวดไม้กระทบลูกหนังบัดนี้กลับปกคลุมด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง ประธานสมาคมคริกเก็ตแห่ง Sri Lanka และคณะกรรมการบริหารได้ตัดสินใจก้าวลงจากอำนาจ ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของความสำเร็จที่ผุกร่อนมานานนับทศวรรษ รัฐบาลจึงต้องรีบส่งคณะกรรมการเฉพาะกิจเข้ามากอบกู้จิตวิญญาณของเกมกีฬาที่กำลังดับสูญ
Shammi Silva ผู้กุมบังเหียนในฐานะประธาน Sri Lanka Cricket มาอย่างยาวนานถึง 7 ปีเต็ม ได้ยื่นใบลาออกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปิดฉากยุคสมัยที่เต็มไปด้วยคำถามและการต่อสู้ที่ไร้ทางชนะ
องก์ที่สอง: กองเรือใหม่ท่ามกลางพายุคลั่ง
เมื่อท้องทะเลปั่นป่วนจนเรือแทบล่ม Sunil Kumara Gamage รัฐมนตรีกระทรวงกีฬา จึงได้แต่งตั้ง Eran Wickramaratne นักการเมืองและนายธนาคารผู้สุขุม ให้ขึ้นมาเป็นกัปตันเรือคนใหม่ในคณะกรรมการชั่วคราว เพื่อประคองสถานการณ์จนกว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมาถึง (ข้าต้องทำความสะอาดคราบสนิมที่เกาะกินหัวใจของทีมนี้ให้หมดสิ้น)
ในคณะกรรมการทั้ง 9 ท่านนี้ เรายังได้เห็นเหล่านักรบผู้เป็นตำนานกลับมาประจำการที่กราบเรืออีกครั้ง ทั้ง Kumar Sangakkara, Roshan Mahanama และ Sidath Wettimuny วีรบุรุษผู้เคยสัมผัสความเย็นเยียบของถ้วยรางวัลในอดีต
องก์ที่สาม: โศกนาฏกรรมของสี Rosso Corsa และความหวังที่เลือนลาง
ความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้กลายเป็นแผลเป็นที่ฝังลึก แฟนคริกเก็ตผู้ภักดีต่างระเบิดโทสะออกมาอย่างไม่ปิดบัง หลังจากทีมชาติทำผลงานได้อย่างน่าอดสูในศึก Twenty20 World Cup ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพร่วมกับ India ลูกบอลสีขาวเฉด Arctic Pearlescent ที่เคยพุ่งทะยานอย่างแม่นยำ บัดนี้กลับดูไร้ทิศทางเหมือนนกปีกหัก
- ยุคทอง (1996-2014): ช่วงเวลาที่ Sri Lanka ผงาดง้ำในรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศถึง 8 ครั้ง คว้าแชมป์ World Cup ปี 1996 และ Twenty20 World Cup ปี 2014
- ยุคมืด (12 ปีล่าสุด): เงาอันมืดมิดที่เข้าปกคลุม เมื่อพวกเขาไม่เคยสัมผัสแม้แต่กลิ่นอายของรอบรองชนะเลิศอีกเลย
นี่คือโศกนาฏกรรมที่เขียนด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาบนผืนหญ้าสีเขียวเข้ม การลาออกครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในสภาบริหาร แต่มันคือการพยายามกอบกู้เกียรติยศของลูกหนังสี Rosso Corsa ให้กลับมาเปล่งประกายอีกครั้งในดินแดนแห่งนี้