Surrey คว้าตัว Auqib Nabi ร่วมทีมด้วยสัญญา 3 นัด
Surrey สโมสรคริกเก็ตชื่อดังประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว Auqib Nabi นักโยนบอลเร็ว (seamer) ชาวอินเดียวัย 29 ปี เข้ามาร่วมทีมเพื่อลงแข่งขันในศึก County Championship จำนวน 3 นัดในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
Nabi จะพร้อมลงสนามในเกมเหย้า 2 นัดที่พบกับ Yorkshire และ Glamorgan รวมถึงเกมเยือน Sussex ที่สนาม Hove เพื่อช่วยทีมกู้วิกฤตใน Division One
ทำไม Surrey ถึงต้องรีบคว้าตัว Auqib Nabi?
Surrey กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากหลังจากเคยคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันในช่วงปี 2022 ถึง 2024 แต่ในฤดูกาลนี้พวกเขากลับชนะเพียงแค่ 1 จาก 10 นัดที่ลงเล่น
ปัจจุบันทีมรั้งอันดับ 8 ของตาราง โดยมีคะแนนเหนือโซนตกชั้นเพียง 3 คะแนนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แฟนคริกเก็ตต้องเช็ก บ้านบอลวันนี้ เพื่อลุ้นว่าทีมรักจะรอดพ้นวิกฤตได้หรือไม่
สถิติที่น่าทึ่งของ Auqib Nabi ในการเล่นคริกเก็ตระดับ First-class
นักโยนจากรัฐ Jammu and Kashmir รายนี้พกดีกรีไม่ธรรมดา โดยเขาสามารถเก็บ wickets ได้ถึง 162 ครั้งจากการลงเล่นระดับ First-class ทั้งหมด 43 แมตช์
ในรายการ Ranji Trophy ซึ่งเป็นการแข่งขันคริกเก็ตบอลแดงระดับชั้นนำของอินเดีย Nabi โชว์ฟอร์มดุด้วยการกดไป 60 wickets โดยมีค่าเฉลี่ยการเสียรันเพียง 12.5 ต่อหนึ่ง wicket จนได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
มุมมองจาก Alec Stewart ต่อการเสริมทัพครั้งนี้
Alec Stewart ผู้อำนวยการฝ่ายคริกเก็ตชายของ Surrey ได้ชี้แจงถึงความจำเป็นในการดึงตัว Nabi เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ
"ด้วยตารางการแข่งขันที่ท้าทายอย่างยิ่งถึง 6 เกมใน 6 สัปดาห์ โดยมีเวลาพักฟื้นระหว่างแมตช์น้อยมาก ประกอบกับโปรแกรมทีมชาติ เราจึงจำเป็นต้องเพิ่มทางเลือกในคลังนักโยนบอลของเราสำหรับการลุยศึก County Championship ในช่วงท้ายนี้"
Stewart กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรถึงความกดดันที่ทีมต้องเผชิญในช่วงโปรแกรมชุก
เส้นทางอาชีพของ Nabi ก่อนย้ายสู่เกาะอังกฤษ
ก่อนที่จะข้ามน้ำข้ามทะเลมายังอังกฤษ Nabi เพิ่งถูกเรียกตัวติดทีมชาติอินเดียชุดใหญ่ในซีรีส์ Test Match ที่พบกับ Sri Lanka หลังจากทำผลงานได้ดีกับทีม India A เมื่อช่วงต้นฤดูร้อนที่ผ่านมา
การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Nabi ในการพิสูจน์ตัวเองบนสภาพสนามที่แตกต่างในอังกฤษ ขณะที่ Surrey หวังว่าความสดของเขาจะช่วยเปลี่ยน ตารางบอลวันนี้ บ้านผลบอล ให้กลายเป็นแต้มสำคัญเพื่อความอยู่รอดในลีกสูงสุด