Aston Martin ปรับกลยุทธ์เน้นความคุ้มค่า เลื่อนอัปเกรดใหญ่ไปลุยสนาม Hungary
Aston Martin ทีมในอันดับที่ 10 ของตารางคะแนนสะสมประเภททีมผู้สร้าง (Constructors' Championship) หลังจากเก็บได้เพียง 1 คะแนนจาก Monaco Grand Prix เตรียมนำแพ็กเกจอัปเกรดประสิทธิภาพครั้งใหญ่ครั้งแรกของฤดูกาลมาใช้ในการแข่งขัน Hungarian Grand Prix (24-26 กรกฎาคม) ก่อนช่วงพักครึ่งฤดูกาล (Summer Break)
Adrian Newey ในฐานะ Team Principal ระบุว่าการตัดสินใจล่าช้าในการอัปเกรดครั้งนี้เป็นไปตามหลักความคุ้มค่าของงบประมาณ (Cost-effective) โดยเลือกที่จะรอให้การพัฒนาถึงจุดที่สร้างความแตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ แทนที่จะทยอยอัปเกรดทีละส่วน ซึ่งปัจจุบันรถแข่งของทีมและพาร์ทเนอร์เครื่องยนต์อย่าง Honda ยังคงรั้งท้ายตารางอย่างต่อเนื่อง
วิเคราะห์ทางเทคนิค: การลดน้ำหนักและโครงสร้างอากาศพลศาสตร์ใหม่
Newey เปิดเผยว่าปัญหาหลักของรถแข่งในฤดูกาลนี้คือ น้ำหนักเกินเกณฑ์ (Overweight) และประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย โดยแพ็กเกจอัปเกรดที่จะถึงนี้มีรายละเอียดดังนี้:
- Aerodynamic Surfaces: มีการปรับปรุงพื้นผิวอากาศพลศาสตร์เกือบทั้งหมด รวมถึงการพัฒนาส่วนจมูกรถ (New Nose) ใหม่
- Weight Reduction: ตั้งเป้าลดน้ำหนักให้ลงไปใกล้เคียงกับขีดจำกัดล่าง (Weight Limit) ตามกฎของ FIA มากที่สุด
- Suspension: ระบบกันสะเทือนหน้ายังคงเดิม แต่มีการปรับปรุงระบบกันสะเทือนหลังเล็กน้อย
สาเหตุของความล่าช้า Newey ยอมรับว่าเกิดจากการออกแบบที่เร่งรีบเนื่องจากเขาเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ประกอบกับปัญหาการสั่นสะเทือน (Vibration) ในการรวมชุด Power Unit ของ Honda เข้ากับตัวถัง ทำให้กระบวนการลดน้ำหนักไม่สามารถทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในตอนแรก
อนาคตของหมายเลข 14 และความเชื่อมั่นในเครื่องมือจำลอง
การอัปเกรดครั้งนี้ถือเป็นปัจจัยชี้ขาดต่ออนาคตของนักขับหมายเลข 14 (Fernando Alonso - 41 คะแนน) ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้ Newey ยอมรับว่านักขับมากประสบการณ์ต้องการเห็นความก้าวหน้าที่จับต้องได้ก่อนตัดสินใจว่าจะอยู่กับทีมต่อในฤดูกาลหน้าหรือไม่
อย่างไรก็ตาม Newey ยังคงสงวนท่าทีในการระบุตัวเลขเวลาต่อรอบที่จะดีขึ้น โดยให้เหตุผลว่าเครื่องมือจำลองสถานการณ์ (Simulation tools) ของทีมในอดีตขาดการลงทุนที่เพียงพอ ทำให้ค่าความสอดคล้อง (Correlation) ระหว่างข้อมูลในคอมพิวเตอร์กับแทร็กจริงยังไม่แม่นยำ "เรากำลังลงทุนในเครื่องมือฟิสิกส์หลักและระบบจัดการโครงการใหม่ แต่การตรวจสอบความถูกต้อง (Validation) ของเครื่องมือเหล่านี้ต้องใช้เวลา" Newey กล่าว
การปรับโครงสร้างบริหาร: The Buck Stops with Me
นอกเหนือจากเรื่องเทคนิค Newey ได้ชี้แจงบทบาท Team Principal ของเขาว่าเป็นการรับผิดชอบในเชิงกลยุทธ์หลักตามกฎระเบียบของ FIA โดยมี Lawrence Stroll เจ้าของทีมร่วมตัดสินใจในประเด็นสำคัญ ขณะที่ Andy Cowell อดีต CEO ได้ถูกย้ายไปรับตำแหน่ง Chief Strategy Officer เพื่อดูแลความสัมพันธ์กับ Honda โดยเฉพาะ ก่อนที่มีรายงานว่า Cowell อาจอำลาทีมในช่วงปลายฤดูกาลนี้
สถานการณ์ที่ต้องจับตา
ปัจจุบัน Aston Martin มีความเร็วตามหลังกลุ่มผู้นำเฉลี่ยถึง 3.4 วินาทีต่อรอบ ซึ่งหากการอัปเกรดใน Hungary สามารถลดช่องว่างได้ 2 วินาทีตามที่คาดหวัง ทีมจะขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Midfield แต่ยังคงตามหลังทีมอย่าง Alpine และ Racing Bulls ในแง่ของประสิทธิภาพโดยรวม