องก์ที่หนึ่ง: การร่ายรำของคาร์บอนไฟเบอร์และกลิ่นอายของชัยชนะ
บนท้องถนนที่คดเคี้ยวของ Long Beach กลิ่นไอเค็มของมหาสมุทรแปซิฟิกถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเผาไหม้ของเชื้อเพลิงและยางที่เสียดสีจนร้อนระอุ Felix Rosenqvist นักขับจาก NTT IndyCar Series สังกัดทีม Meyer Shank Racing ได้จารึกประวัติศาสตร์บทใหม่ในบ่ายวันเสาร์ ด้วยการคว้าตำแหน่ง pole position สำหรับการแข่งขัน Acura Grand Prix of Long Beach ที่จะอุบัติขึ้นในวันอาทิตย์
ด้วยการทะยานผ่านโค้งทั้ง 11 แห่งบนสนามชั่วคราวระยะทาง 1.968 ไมล์ Felix Rosenqvist บังคับจักรกลของเขาให้กรีดกรายผ่านพื้นผิวถนนด้วยเวลา 1 นาที 7.4635 วินาที ที่ความเร็วเฉลี่ย 105.017 ไมล์ต่อชั่วโมง ข้อมูล telemetry บ่งชี้ถึงความแม่นยำในระดับมิลลิวินาที เขาสามารถต้านทานแรงกดดันจากมิตรสหายคนสนิทอย่าง Pato O’Ward เพื่อครองตำแหน่งออกตัวลำดับที่ 1 เป็นครั้งที่สองในรอบสามปี ณ สังเวียนแห่งนี้
ชัยชนะในรอบคัดเลือกนี้เปรียบเสมือนบทเพลงประสานเสียงที่ต่อเนื่องมาจากความสำเร็จของทีม Acura Meyer Shank with Curb-Agajanian ในรายการ IMSA WeatherTech Sportscar Championship โดยฝีมือของ Renger van der Zande และ Nick Yellowly ซึ่งคว้าชัยไปก่อนหน้า
องก์ที่สอง: มาตรวัดความกดดันและความปรารถนาที่จะลบล้างคำสาป
“ช่างเป็นวันที่เหลือเชื่อสำหรับเรา” Felix Rosenqvist กล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวด้วยความปิติ “Meyer Shank Racing ชนะ IMSA จากตำแหน่งโพล และตามมาด้วยโพลที่นี่ ผมแทบจะหาคำบรรยายไม่ได้ เราตั้งเป้าว่าจะกลับมาผงาดให้ได้ และเราทำสำเร็จแล้ว”
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้มาพร้อมกับความตึงเครียดในระดับโมเลกุล Felix Rosenqvist ยอมรับว่าการรอคอยให้ Pato O’Ward จากทีม Arrow McLaren วิ่งให้ครบในรูปแบบ Firestone Fast Six นั้น “บีบคั้นหัวใจอย่างยิ่ง” Pato O’Ward เกือบจะพรากตำแหน่งโพลไปด้วยเวลา 1 นาที 7.506 วินาที (104.948 ไมล์ต่อชั่วโมง) แต่ Felix Rosenqvist เร็วกว่าเพียง 0.0441 วินาที—ช่องว่างที่บางเบาราวกับเส้นด้าย
Pato O’Ward ผู้ซึ่งมักจะพ่ายแพ้ต่อแรงเสียดทานของสนามรอบ Long Beach Convention Center กล่าวว่า “ผมเบื่อหน่ายกับการล้มเหลวที่นี่ ผมรู้ว่าผมแข็งแกร่งได้ เราจึงนำสิ่งใหม่มาใช้ทั้งหมด มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นรถคนละคันเลย”
สำหรับ Felix Rosenqvist สถิติคือศัตรูที่มองไม่เห็น เขามี pole position ถึง 8 ครั้งในอาชีพ แต่กลับมีชัยชนะเพียงครั้งเดียว เขาพยายามอย่างหนักที่จะไม่ให้วันอาทิตย์กลายเป็นบทเพลง “Boulevard of Broken Dreams” ของวง Green Day (ซึ่งเป็นลวดลายบนตัวรถของเขาในสัปดาห์นี้) “ผมตระหนักถึงสถิตินั้นดี การรักษาหน้ายาง (tire management) คือกุญแจสำคัญ ผมไม่อยากต้องเข้าพิทเร็วเกินไป”
องก์ที่สาม: ตำนานของ Bob Power และความกล้าหาญที่อยู่เหนือตรรกะทางฟิสิกส์
ในขณะที่ความเร็วในสนามกำลังเดือดพล่าน เรื่องราวราวมหากาพย์ของ Bob Power บิดาของยอดนักขับ Will Power ก็ถูกกล่าวขวัญถึง Bob Power ในวัย 81 ปี เพิ่งผ่านเหตุการณ์พยายามชิงรถในเมือง Toowoomba ประเทศออสเตรเลียมาอย่างโชกโชน
ชายชราผู้มีหัวใจเหล็กปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อโจรที่มีปืนลูกซองสั้น “อย่ามาพาลูกปืนใส่ฉันนะ” เขาขู่กลับโจรใจบาป Will Power เล่าปนเสียงหัวเราะว่าพ่อของเขาไม่ยอมสละรถ Honda คู่ใจเพียงเพราะต้องการช่วยสุนัขของเขาออกมาก่อน และความผูกพันกับจักรกลที่ฝังรากลึก “พ่อไม่เคยยอมให้ลูกคนไหนขับรถของเขาเลย ดังนั้นการที่เขาขัดขืนโจรจึงไม่ใช่เรื่องแปลก”
แม้แต่ Will Power ผู้ที่คุ้นเคยกับการควบคุมแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่ความเร็ว 230 ไมล์ต่อชั่วโมง ยังยอมรับว่าเขาคงไม่กล้าเท่าพ่อ “ถ้าเป็นผม ผมคงบอกว่า ‘เอาไปเลยครับ’” เขากล่าวทิ้งท้ายถึงคุณพ่อวัย 81 ปีที่ยังคงว่ายน้ำและแข่งรถ แม้จะผ่านการผ่าตัดบายพาสหัวใจมาแล้วถึงสี่จุดก็ตาม