Kimi Antonelli นักขับหมายเลข 12 ผู้นำตารางคะแนนสะสม 200 แต้ม ทำเวลาเร็วที่สุดในรอบซ้อมเพียงเซสชันเดียวของรายการ Dutch Grand Prix ที่สนาม Zandvoort โดยเฉือนเอาชนะรถหมายเลข 4 ที่มีคะแนนสะสม 145 แต้มไปเพียง 0.121 วินาที ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนรายชื่อนักขับเนื่องจากอาการบาดเจ็บในแคมป์ Red Bull
เกิดอะไรขึ้นกับรายชื่อนักขับในรายการ Dutch Grand Prix?
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในสุดสัปดาห์นี้คือการถอนตัวของ Isack Hadjar นักขับสำรองของ Red Bull หลังจากประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือ (wrist injury) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมต้องเรียกตัว Liam Lawson (หมายเลข 40) กลับมาทำหน้าที่แทนชั่วคราว โดย Lawson ทำผลงานในรอบซ้อมได้อันดับที่ 14 ขณะที่ Yuki Tsunoda (หมายเลข 22) ซึ่งย้ายไปขับให้ Racing Bulls แทนที่ตำแหน่งเดิมของ Lawson ทำเวลาได้ในอันดับที่ 17
วิเคราะห์ประสิทธิภาพทางเทคนิคและอัตราการเสื่อมสภาพของยาง
แม้รถหมายเลข 12 จะครองอันดับหนึ่งในตารางเวลา แต่การวิเคราะห์เชิงลึกผ่านกราฟการเสื่อมสภาพของยาง (Tire Degradation Curves) พบว่าความได้เปรียบนี้อาจไม่ยั่งยืน เนื่องจากปัจจัยด้านกระแสลมที่สนาม Zandvoort ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมดุลทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Balance) ของตัวรถ ดังนี้:
- Mercedes (รถหมายเลข 12 และ 44): แสดงประสิทธิภาพสูงสุดในภาคส่วนที่ 2 (Sector 2) แต่เริ่มมีสัญญาณของอุณหภูมิยางที่สูงเกินพิกัดในช่วงท้ายรอบ
- McLaren (รถหมายเลข 4): มีการอัปเกรดส่วนท้ายของรถ (Rear Upgrades) เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ ซึ่งช่วยลดอัตราการไถลในโค้งความเร็วสูงได้ดีกว่าคู่แข่ง
- Ferrari (รถหมายเลข 16 และ 55): การติดตั้งพื้นรถใหม่ (New Floor) ส่งผลให้เวลาต่อรอบคงที่มากขึ้น แม้จะทำเวลาในช่วงที่สภาพแทร็กยังไม่อำนวย (Slower Track) แต่ช่องว่างเพียง 0.3 วินาทีถือเป็นตัวเลขที่น่ากังวลสำหรับคู่แข่ง
อัปเดตล่าสุดและความพร้อมของทีมยักษ์ใหญ่
ในส่วนของเจ้าบ้านอย่างรถหมายเลข 1 ที่มีคะแนนสะสม 130 แต้ม ประสบปัญหาด้านการกระจายน้ำหนักและสมดุลของรถอย่างเห็นได้ชัด โดยจบในอันดับที่ 11 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับ Red Bull ในสนามที่สัญญาการจัดแข่งขันกำลังจะหมดลง ทั้งนี้ฝ่ายเทคนิคต้องเร่งคำนวณค่า Fuel-load Penalties ใหม่ก่อนเข้าสู่ช่วง Sprint Qualifying เพื่อประเมินศักยภาพที่แท้จริงของรถที่ยังไม่ได้แสดงออกมาในรอบซ้อม
สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปใน Dutch GP
การแข่งขันจะเข้าสู่ช่วง Sprint Qualifying ในเวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าการอัปเกรดด้านอากาศพลศาสตร์ของ Alpine (อันดับ 8 ในรอบซ้อม) และ Aston Martin (อันดับ 12) จะสามารถทนทานต่อแรงเค้นในสนามที่มีความลาดเอียงสูงแห่งนี้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีของ Isack Hadjar ที่ทีมแพทย์กำลังประเมินความพร้อมเพื่อให้ทันการแข่งขันที่ Monza ในสัปดาห์หน้า