Lewis Hamilton เตรียมลุยศึก British GP ด้วยความมั่นใจ หลังผลงาน Ferrari เริ่มฟื้นตัว
Lewis Hamilton (หมายเลข 44, 18 คะแนน) เตรียมลงแข่งขันในรายการ British Grand Prix สุดสัปดาห์นี้ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะสามารถลุ้นชัยชนะในบ้านเกิดได้ ตามการวิเคราะห์ของ Jenson Button อดีตเพื่อนร่วมทีมและแชมป์โลกปี 2009 โดยมองว่าแม้ผลการแข่งขันล่าสุดที่ Austria จะไม่เป็นใจ แต่สมรรถนะโดยรวมของรถ Ferrari เริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเบียดลุ้นแถวหน้า
ในฤดูกาล 2026 นี้ อดีตแชมป์โลก 7 สมัยเพิ่งคว้าชัยชนะครั้งแรกให้กับ Ferrari ได้ที่ Barcelona ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลุ้นแชมป์ อย่างไรก็ตาม ในรายการ Austrian Grand Prix ที่ผ่านมา รถหมายเลข 44 ประสบปัญหาด้านความเร็ว (Pace) ทำให้ร่วงจากอันดับ 3 ในช่วงออกสตาร์ทลงมาจบที่อันดับ 5 แต่ Button เชื่อว่านั่นเป็นข้อจำกัดทางเทคนิคของตัวรถมากกว่าความผิดพลาดของตัวขับ
การจัดการยางและประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ที่ Silverstone
Button วิเคราะห์ว่าจุดแข็งของรถหมายเลข 44 คือความสามารถในการขับขี่รถที่มีการเซ็ตอัพแบบ "On the nose" หรือการตอบสนองของส่วนหน้าที่ไว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำความเร็วผ่านโค้งความเร็วสูงที่ Silverstone นอกจากนี้เขายังเปรียบเทียบข้อมูลกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Charles Leclerc (หมายเลข 16) โดยระบุว่า Hamilton มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการยาง (Tyre Degradation Curve) ที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดในช่วงต้นเรซ
- Aerodynamic Efficiency: สนาม Silverstone ต้องการรถที่รักษาความเร็วในโค้งได้ดีและมีแรงต้านต่ำในทางตรง ซึ่ง Ferrari มีพื้นฐานด้านอากาศพลศาสตร์ที่รองรับจุดนี้
- Power Circuit: แม้จะเป็นสนามที่เน้นกำลังเครื่องยนต์ แต่การเปลี่ยนทิศทาง (Change of direction) คือจุดที่ Hamilton มักจะสร้างความแตกต่างได้เสมอ
- Track Temperature: อุณหภูมิที่ค่อนข้างต่ำในอังกฤษอาจส่งผลดีต่อการทำงานของยาง Ferrari มากกว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดในยุโรปตอนใต้
ศึกสายเลือด Mercedes: George Russell ปะทะ Kimi Antonelli
นอกจากความเคลื่อนไหวของ Ferrari แล้ว ฝั่ง Mercedes ก็มีความน่าสนใจหลังจาก George Russell (หมายเลข 63) เพิ่งคว้าชัยชนะที่ Austria มาได้ ซึ่งเป็นการหยุดสถิติชนะรวดของเพื่อนร่วมทีมดาวรุ่งอย่าง Kimi Antonelli ที่คว้าชัยไปก่อนหน้านี้ถึง 5 เรซติดต่อกัน
Button มองว่าชัยชนะครั้งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ Russell อย่างมากในการเผชิญหน้ากับ Antonelli ที่มีจุดเด่นเรื่องความเร็วที่สม่ำเสมอในทุกสนาม การแข่งขันที่ Silverstone จึงไม่ใช่แค่การชิงชัยของทีมใหญ่ แต่ยังเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของนักขับเจ้าถิ่นท่ามกลางแรงกดดันจากเพดานงบประมาณ (Cost Cap) ที่ทำให้การอัปเกรดรถแต่ละครั้งมีความหมายต่ออันดับในตารางคะแนนสะสมเป็นอย่างมาก
โปรแกรมการแข่งขัน British Grand Prix 2026
สำหรับการแข่งขันที่ Silverstone ในสุดสัปดาห์นี้ จะกลับมาใช้รูปแบบ Sprint Format ซึ่งจะเพิ่มความเข้มข้นในการวางแผนกลยุทธ์และการใช้เชื้อเพลิง (Fuel-load penalties) ตั้งแต่วันศุกร์ โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ เวลา 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น