Lewis Hamilton เชื่อมั่นว่ารถแข่ง Ferrari SF26 จะแสดงศักยภาพสูงสุดในรายการ Monaco Grand Prix เนื่องจากลักษณะสนามที่เน้นความเร็วต่ำสอดคล้องกับประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์และระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ของทีม
ทำไม Ferrari ถึงมีลุ้นชนะใน Monaco Grand Prix?
Ferrari มีโอกาสคว้าชัยชนะครั้งแรกนับตั้งแต่รายการ Mexican GP ปี 2024 เนื่องจากสนาม Monte Carlo ช่วยลดข้อด้อยด้านแรงต้านอากาศ (Drag) บนทางตรง และส่งเสริมจุดแข็งของรถหมายเลข 44 (Hamilton) และหมายเลข 16 (Leclerc) ที่ทำเวลาได้ดีเยี่ยมในโค้งความเร็วต่ำ โดยเฉพาะระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาดเล็กที่ช่วยให้การตอบสนองของเครื่องยนต์รวดเร็วขณะเร่งออกจากโค้งแคบ
สถิติจากการซ้อมรอบแรกบ่งบอกอะไร?
ในการซ้อมรอบแรก (FP1) รถหมายเลข 16 (คะแนนสะสมปัจจุบันอันดับ 3) และรถหมายเลข 44 (คะแนนสะสมปัจจุบันอันดับ 4) ทำเวลาเร็วที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2 โดยทิ้งห่างรถหมายเลข 1 ของ Max Verstappen ถึง 0.5 วินาที ข้อมูลทางเทคนิคระบุว่าประสิทธิภาพในโค้งความเร็วต่ำของ Ferrari เหนือกว่า Mercedes ของรถหมายเลข 12 (Antonelli) ผู้นำตารางคะแนน และรถหมายเลข 63 (Russell) ซึ่งมักจะเสียเปรียบเมื่อต้องเจอกับสนามที่มีลักษณะ Twisting Street Circuit
ปัจจัยชี้ขาดในรอบคัดเลือกคืออะไร?
การครองแถวหน้าในรอบคัดเลือกถือเป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจากสนาม Monaco แทบจะไม่มีโอกาสในการแซง (Overtaking) หาก Ferrari สามารถรักษาความได้เปรียบด้านอัตราเร่งในช่วงออกตัวจากระบบเทอร์โบที่ออกแบบมาเฉพาะ พวกเขาจะมีโอกาสสูงในการควบคุมตำแหน่งจนจบการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม Mercedes ยังคงมีข้อได้เปรียบด้านงบประมาณภายใต้กฎ Cost Cap ที่อาจส่งผลต่อการอัปเกรดรถในระยะยาว แม้ว่า Toto Wolff จะเริ่มแสดงความกังวลต่อการไล่ล่าคะแนนจากคู่แข่งก็ตาม
- รถหมายเลข 16 (Leclerc): เจ้าถิ่นผู้ครอง Pole Position 3 ครั้งจาก 7 ครั้งหลังสุดใน Monaco
- รถหมายเลข 44 (Hamilton): ทำเวลาในโค้งความเร็วต่ำได้ดีที่สุดจากการแข่งขันสนามที่ผ่านมาในแคนาดา
- Mercedes: ประสบปัญหาการจัดการยางและประสิทธิภาพในโค้งแคบเมื่อเทียบกับ Ferrari SF26








