กฎระเบียบใหม่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขันที่ Monaco Grand Prix หรือไม่
การแข่งขัน Monaco Grand Prix ในปี 2025 ที่ผ่านมา Lando Norris จากทีม McLaren หมายเลข 4 (327 คะแนน) คว้าชัยชนะจากตำแหน่งโพลโพซิชันในเรซที่มีการแซงเกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งตลอดทั้งเกม ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของฤดูกาล 2025 ที่มีการแซงเฉลี่ย 66.9 ครั้งต่อเรซอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การนำกฎเครื่องยนต์ใหม่ปี 2026 มาใช้ ซึ่งเน้นสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปแบบ 50-50 พร้อมระบบ 'Overtake Mode' ใหม่ กำลังถูกจับตามองว่าจะสามารถแก้ปัญหาการแซงที่ยากลำบากในถนนแคบๆ ของมอนเตคาร์โลได้หรือไม่
ระบบ Overtake Mode จะมอบพลังงานไฟฟ้าพิเศษ 0.5MJ ต่อรอบให้กับรถที่อยู่ในระยะห่างไม่เกิน 1 วินาทีจากคันหน้า ซึ่งนำไปสู่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Yo-yo racing" หรือการผลัดกันแซงไปมาในหลายสนามที่ผ่านมา แม้ว่าตัวถังรถปี 2026 จะแคบลง 10 เซนติเมตรและสั้นลงเล็กน้อย แต่มิติของรถยังคงกว้างกว่ารถเมื่อ 20 ปีที่แล้วถึง 10 เซนติเมตร ทำให้ปัจจัยด้านอากาศพลศาสตร์และขนาดรถอาจไม่ใช่ตัวแปรหลักในการเพิ่มโอกาสการแซงเท่ากับกลยุทธ์การบริหารพลังงาน
ทำไมการบริหารพลังงานไฟฟ้าถึงเป็นกุญแจสำคัญใน Monaco
Monaco เป็นสนามที่ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยที่สุดในปฏิทินการแข่งขันเนื่องจากมีทางตรงสั้นและมีโค้งจำนวนมาก ทำให้การสะสมพลังงาน (Energy Recovery) ผ่านระบบเบรกทำได้ง่ายกว่าสนามอื่น ส่งผลให้รถมีพลังงานเต็มเปี่ยมเกือบตลอดเวลา ซึ่งแตกต่างจากสนามทั่วไปที่รถมักจะประสบปัญหาขาดแคลนพลังงาน (Energy Starved) ในช่วงปลายทางตรงยาว








