การประเมินประสิทธิภาพตามดัชนีชี้วัดทางเทคนิค
“เรากำลังไปถึงจุดนั้น แต่เรายังไม่เท่าเทียมกัน” นี่คือถ้อยแถลงจากผู้ถือครอง 314 points ในรถหมายเลข 1 เพื่อตอบโต้ข้อสังเกตของ Andrea Stella แห่ง McLaren ที่ระบุว่ามีสี่ทีมที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนักใน Miami Grand Prix โดยมี Mercedes เป็นผู้นำในด้านเสถียรภาพ และ Ferrari ที่มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เหมาะสมร่วมอยู่ในกลุ่มผู้นำ
ในทางตรงกันข้าม รถหมายเลข 20 (ผู้ถือครอง 0 points) ประสบกับความล้มเหลวในการบริหารจัดการทรัพยากรตลอดสุดสัปดาห์ โดยมีเวลาต่อรอบห่างจากรถหมายเลข 1 อย่างมีนัยสำคัญ ก่อนจะถูกตัดสิทธิ์จากการควอลิฟายเนื่องจาก Floorboards ผิดกฎระเบียบทางเทคนิคของ FIA และยุติการทำงานในรอบที่ 5 ของการแข่งขันหลักเนื่องจากการปะทะ
การวิเคราะห์ส่วนต่างเวลา (Gap Analysis) และการอัปเกรดตามงบประมาณ
ผู้ถือครองรถหมายเลข 1 ทำผลงานในรอบ Sprint ด้วยอันดับที่ 5 และคว้าตำแหน่งแถวหน้าในการออกตัวรอบหลัก แต่ด้วยความผิดพลาดเชิงกลศาสตร์ในรอบแรกทำให้หล่นไปจบอันดับที่ 5 อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม Laurent Mekies ผู้อำนวยการทีม Red Bull มองเห็นตัวเลขที่น่าสนใจในเชิงสถิติ:
- Japan: ส่วนต่างจาก Pole Position อยู่ที่ 1.2 วินาที
- China: ส่วนต่างจาก Pole Position อยู่ที่ 1.0 วินาที
- Miami: ส่วนต่างลดลงเหลือเพียง 0.166 วินาทีในวันเสาร์
Laurent Mekies ระบุว่านี่คือดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าจากการแก้ไขปัญหา Lap Time ที่ฝังอยู่ในตัวรถ ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ Aerodynamic Efficiency ของทีมงานที่ Milton Keynes
ตารางเปรียบเทียบส่วนต่างเวลาต่อรอบ (Pole Position Gap)
ข้อมูลแสดงให้เห็นถึงการลดลงของ Fuel-load penalty และประสิทธิภาพของยางที่เพิ่มขึ้น:
- Australia: ส่วนต่าง 0.785 วินาที (Best of the rest)
- China: ส่วนต่าง 0.938 วินาที
- Japan: ส่วนต่าง 1.200 วินาที
- Miami: ส่วนต่าง 0.166 วินาที (Best of the rest)
การวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมและแผนการลดน้ำหนัก
ใน Miami รถ Red Bull ได้รับการติดตั้งชุดอัปเกรดที่ครอบคลุมทั้ง Floor, Engine Cover, Sidepod Inlet รวมถึงปีกหน้าและหลัง ซึ่ง Pierre Wache ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคยืนยันว่าให้ผลลัพธ์ตามแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์
สำหรับอัตราการไต่ระดับในรอบการแข่งขัน (Race Pace) รถหมายเลข 1 จบการแข่งขันด้วยเวลารวมตามหลังผู้ชนะ 44 วินาที ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดพลาดเชิงตำแหน่งในรอบแรก และการเข้า Pit stop ในช่วง Safety Car ที่ทำให้ต้องใช้ยางคอมพาวด์ Hard ยาวนานถึง 51 รอบ ซึ่งถือเป็นภาระหนักต่อ Tire Degradation Curve อย่างไรก็ตาม เขายังสามารถทำ Overtaking ได้ถึง 10 ครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพเชิงกลที่เหนือกว่ารถในกลุ่มกลาง
เป้าหมายถัดไปของทีมคือการเข้าใกล้ขีดจำกัดน้ำหนักขั้นต่ำของ F1 (Weight Limit) โดยจะมีชิ้นส่วนลดน้ำหนักชุดใหม่เปิดตัวในช่วง Austrian Grand Prix ปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการงบประมาณภายใต้ Cost Cap เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในโค้งความเร็วต่ำ
“เรายังไม่ได้แก้ไขทุกอย่างตามที่วางแผนไว้” Laurent Mekies กล่าวปิดท้าย “เราต้องรีดประสิทธิภาพจาก Package ปัจจุบันให้ได้มากกว่านี้ ท่ามกลางการแข่งขันด้านการพัฒนาที่ดุเดือด”