ฟุตบอล

จากตำนานกังฟูคิกสู่ลูกยิงเบียดเสา: 5 แมตช์ชี้ชะตาแชมป์ที่ทำเอาแฟนบอลหัวใจเกือบวาย

รัตนา กิจเจริญ พาไปย้อนรอย 5 แมตช์หยุดโลกที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการตัดสินแชมป์ Premier League ตั้งแต่ลูกยิงดับซ่าสาลิกาดงของ Cantona ไปจนถึงลูกยิงเบียดเสาของ Sané ที่ทำเอา Liverpool ต้องรอแชมป์ต่อไป

จากตำนานกังฟูคิกสู่ลูกยิงเบียดเสา: 5 แมตช์ชี้ชะตาแชมป์ที่ทำเอาแฟนบอลหัวใจเกือบวาย

Newcastle 0-1 Manchester United (1995-96)

ในยุคที่ Newcastle ของ Kevin Keegan เล่นเกมบุกแบบบ้าเลือดจนดูเหมือนจะแบเบอร์คว้าแชมป์แน่ๆ ใครจะเชื่อว่าแต้มที่นำห่างถึง 12 คะแนนจะค่อยๆ โดนทีมจอมเขี้ยวอย่าง Manchester United ของ Alex Ferguson ไล่กวดจนหายใจรดต้นคอ พอทั้งคู่มาเจอกันที่ St James’ Park ช่วงต้นเดือนมีนาคม เกมบุกที่เคยดุดันของสาลิกาดงกลับไปติดเซฟ Peter Schmeichel ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และก็ตามสูตรสำเร็จของทีมแชมป์ครับ เมื่อ Eric Cantona โผล่มาวอลเลย์ที่เสาไกลเป็นประตูชัยเฉยเลย จบเกมทีมของป๋าเฟอร์กี้ตามหลังเหลือแค่แต้มเดียว แถมยังปั่นประสาทจน Kevin Keegan สติแตกออกทีวีแบบลืมไม่ลง ถ้าวันนั้น Newcastle ปิดบัญชีได้ เรื่องราวคงไม่จบแบบน้ำตาตกในแบบนี้

Manchester United 0-1 Arsenal (1997-98)

สองแชมป์แรกของ Arsène Wenger กับ Arsenal มักจะมีภาพจำเป็นการบุกมาชนะ 1-0 ที่ Old Trafford เสมอ แม้ลูกยิงของ Sylvain Wiltord ในปี 2002 จะเป็นการการันตีแชมป์จริงๆ แต่คืนนั้นขอแค่ผลเสมอก็พอแล้ว ต่างจากแมตช์ในเดือนมีนาคม 1998 ที่ประตูของ Marc Overmars (ประตูแรกที่ปืนใหญ่ทำได้ที่นี่ในยุค Premier League) บวกกับการซูเปอร์เซฟของมือสองอย่าง Alex Manninger คือจุดเปลี่ยนระดับแผ่นดินไหว Arsenal เริ่มต้นปีใหม่ด้วยอันดับ 6 ตามหลัง Manchester United ถึง 13 แต้ม แต่ชัยชนะนัดนี้ทำให้พวกเขากำชะตาตัวเองไว้ในมือ ก่อนจะกดวินนิ่งสตรีค 10 นัดรวดคว้าแชมป์ไปแบบเฉือนแค่แต้มเดียว ภาพแฟนบอลทีมเยือนดีใจตาเหลือกหลังนกหวีดจบเกมคือคำนิยามของยุคสมัยใหม่ที่แท้จริง

Manchester United 1-2 Chelsea (2009-10)

หลายคนมักจะลืมไปว่าซีซั่นแรกของ Carlo Ancelotti กับ Chelsea นั้นโหดขนาดไหน กุนซือคางทูมพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ครั้งแรกพร้อมยิงถล่มทลาย 103 ประตู และสองลูกที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นที่ Old Trafford ช่วงสงกรานต์บ้านเรานี่แหละ Chelsea ลงสนามโดยตามหลัง Manchester United อยู่แต้มเดียว ก่อนจะออกนำจากลูกตอกส้นสุดเหนือชั้นของ Joe Cole แม้ตอนแรก Ancelotti จะดรอป Didier Drogba ไว้ข้างสนาม แต่พอส่งลงมานาทีที่ 70 พี่ดร็อกก็จัดให้ทันทีด้วยการตะบันเต็มข้อเข้าไป (แม้จะดูเหมือนล้ำหน้าก็เถอะ) ถึง Federico Macheda จะยิงไล่มาและ Dimitar Berbatov จะพลาดลูกตีเสมอท้ายเกม แต่ชัยชนะนัดนี้ก็ส่งสิงห์บลูส์ขึ้นจ่าฝูงและคว้าแชมป์ไปได้ด้วยระยะห่างเพียงแต้มเดียวเช่นกัน

Manchester City 1-0 Manchester United (2011-12)

ต่อให้จะเคยบุกไปถล่ม 6-1 ต้นฤดูกาล แต่พอถึงเดือนเมษายน Manchester City ของ Roberto Mancini กลับตามหลัง Manchester United ถึง 8 แต้ม หลังจากแพ้ Arsenal จากลูกยิงของ Mikel Arteta ใครๆ ก็คิดว่าจบเห่แล้ว แต่ก็นะ... ฟุตบอลมันลูกกลมๆ ทีมของ Alex Ferguson ดันสะดุดขาตัวเองดื้อๆ ทั้งแพ้ Wigan และเสมอ Everton 4-4 จนประตูสวรรค์เปิดออกอีกครั้ง Manchester City ต้องการชัยชนะเหนืออริร่วมเมืองเพื่อทวงจ่าฝูง และ Vincent Kompany ก็โหม่งประตูชัยดับผีแดงที่วันนั้นเล่นเหมือนลืมเอากล่องดวงใจมาด้วย แต่มันเกือบจะไม่มีความหมายเลยถ้าวันสุดท้าย Manchester City ไม่สร้างปาฏิหาริย์ยิงแซง QPR ในช่วงทดเจ็บ ป๋าเฟอร์กี้เกือบจะได้ฉลองอยู่แล้วเชียว แต่ก็นั่นแหละครับ... "อเกวโร่อี๊อี๊อี๊อี๊"

Manchester City 2-1 Liverpool (2018-19)

ปกติเกมตัดสินแชมป์เขาไม่ดูกันตั้งแต่เดือนมกราคมหรอกครับ แต่นัดนี้คือข้อยกเว้น Liverpool บุกมาเยือนด้วยสถิติไร้พ่ายและนำห่าง 7 แต้ม กะจะมาน็อคให้หลับคาบ้าน พวกเขาเกือบจะได้ประตูนำสุดๆ ถ้า John Stones ไม่สไลด์บอลออกจากเส้นแบบเส้นยาแดงผ่าแปด 11.7 มิลลิเมตร (ตามเทคโนโลยี goalline) จากนั้น Sergio Agüero ก็โชว์ความคมยิงยัดเสาแรกให้เจ้าบ้านนำ ก่อนที่ Roberto Firmino จะโหม่งตีเสมอ สุดท้ายเป็น Leroy Sané ที่สวมบทฮีโร่ยิงเบียดเสาไกลเข้าไปอย่างแม่นยำ อีกสี่เดือนต่อมา Manchester City คว้าแชมป์โดยเฉือนไป 1 แต้ม คิดดูเถอะว่าถ้าวันนั้น Liverpool ประคองผลเสมอได้ พวกเขาจะเป็นแชมป์ไร้พ่ายไปแล้ว!

# ฟุตบอล

กองบรรณาธิการ GoGoalHub

บทความนี้เขียนโดยใช้ AI ช่วย และตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ GoGoalHub
เข้ากลุ่มบอลโลก Telegram
ดูบอลสดที่ GoGoalStream