เคาท์ดาวน์ 50 วันสู่ความบ้าคลั่ง: เมื่อฟุตบอลโลกไม่ได้มีแค่เรื่องในสนาม
เหลืออีกเพียง 50 วันเท่านั้นก่อนที่นกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้น แต่ดูเหมือนว่า FIFA และเจ้าภาพร่วมกำลังโดนถล่มยับด้วยสารพัดปัญหา ทั้งเรื่องการเมืองระหว่างประเทศที่ร้อนระอุ ปัญหาปากท้อง และการจัดการที่ชวนให้กุมขมับ เหมือนสั่งส้มตำพริกสิบเม็ดแต่ดันได้รสชาติขมปร่าของความขัดแย้ง
Canada และ Mexico รับหน้าที่เจ้าภาพร่วมกับ United States ซึ่งรายหลังนี้กำลังตกเป็นเป้าสายตาหลังจากเปิดฉากทำสงครามกับ Iran หนึ่งในชาติผู้เข้าแข่งขัน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ตอนนี้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่เปราะบางราวกับเปลือกไข่ แต่สถานะของทีมชาติ Iran ในทัวร์นาเมนต์นี้ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ในขณะที่แฟนบอลตามหัวเมืองต่างๆ กำลังเดือดปุดๆ กับราคาตั๋วที่พุ่งทะยานจนแทบจะขายไตมาซื้อ ส่งผลให้กระแสความนิยมในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกครั้งนี้ดูจะกร่อยลงไปถนัดตา แถมเหล่านักการเมืองท้องถิ่นยังออกมาโวยเรื่องค่าโดยสารสาธารณะที่แพงหูฉี่ในเส้นทางเชื่อมต่อสนามแข่งขันใน US อีกด้วย
Al Jazeera Sport อาสาพาไปส่อง 5 ประเด็นร้อนก่อนคิกออฟนัดเปิดสนามระหว่าง Mexico ปะทะ South Africa ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้:
1. ชะตากรรมของ Iran: จะมาหรือไม่มา?
ขุนพลนักเตะจาก Iran กำลังซ้อมเข้มเพื่อชิงแชมป์โลก แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงเผยว่าคำขาดว่าจะส่งทีมไปลุยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลและสภาความมั่นคงแห่งชาติ หลังจากประเมินความปลอดภัยของนักเตะในดินแดน US เสียก่อน
เมื่อเดือนที่แล้ว Iran เคยเปรยว่าอาจจะถอนตัวหากเจ้าภาพการันตีความปลอดภัยไม่ได้ โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump โพสต์โซเชียลมีเดียในเชิงว่าไม่สามารถรับประกันสวัสดิภาพของทีม Iran ได้ ซึ่งทีมนี้มีคิวเตะรอบแบ่งกลุ่มทั้งหมดใน US เสียด้วย ทางสมาคมฟุตบอลอิหร่านจึงยื่นเรื่องให้ FIFA ย้ายแมตช์ไปเตะที่ Mexico แทน แต่โดน Gianni Infantino บิ๊กบอสของ FIFA ตอกกลับนิ่มๆ ว่า "ยังไงก็ต้องมา"
2. ค่ารถไฟมหาโหดในเมืองเจ้าภาพ US
แฟนบอลที่หวังจะนั่งรถไฟจาก Penn Station ในแมนฮัตตัน ไปยัง MetLife Stadium เพื่อดูนัดชิงชนะเลิศ อาจจะต้องช็อกตายคาชานชาลา เพราะค่าตั๋วไป-กลับพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ (ประมาณ 12 เท่าของราคาปกติ!) จนเกิดสงครามน้ำลายระหว่างผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ Mikie Sherrill กับ FIFA ว่าใครควรจะเป็นคนควักกระเป๋าจ่ายส่วนต่างนี้
ไม่ใช่แค่ที่นี่ เพราะที่ Boston ค่ารถไฟไป Gillette Stadium ก็พุ่งไป 4 เท่า ส่วนค่ารถบัสไป Foxborough ก็ล่อไป 95 ดอลลาร์ มีเพียง Los Angeles, Philadelphia และ Houston เท่านั้นที่ยังใจดีรักษาค่าโดยสารไว้ในระดับที่มนุษย์ปกติจ่ายไหว
3. ตั๋วแพงระยับจนแฟนบอลเมิน
ราคาตั๋วที่ FIFA ตั้งไว้นั้นทำเอาแฟนบอลตัวจริงถึงกับส่ายหน้า ตั้งแต่ 140 ดอลลาร์ในรอบแรก ไปจนถึงราคาบ้าคลั่ง 10,990 ดอลลาร์ (เกือบ 4 แสนบาท!) สำหรับนัดชิงชนะเลิศ ทั้งที่ตอนแรกเคยรับปากไว้ว่าจะมีตั๋วราคาถูกแค่ 21 ดอลลาร์ขาย แต่เอาเข้าจริงราคาต่ำสุดกลับดีดไปที่ 60 ดอลลาร์ ทำให้ยอดขายตั๋วแมตช์ใหญ่อย่าง USA เจอ Paraguay ยังดูเงียบเหงาอย่างน่าตกใจ
4. หวั่นนโยบายตรวจคนเข้าเมืองทำพิษ
นโยบายเนรเทศและคุมเข้มการเข้าเมืองของรัฐบาล Donald Trump สร้างความกังวลว่าแฟนบอลต่างชาติจะกลายเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่ ICE และ CBP หรือไม่ มีรายงานว่า FIFA พยายามใช้ความสัมพันธ์อันดีระหว่าง Gianni Infantino กับ Donald Trump เพื่อขอให้มีการผ่อนปรนการกวาดล้างผู้อพยพในช่วงทัวร์นาเมนต์ เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศงานรื่นเริงระดับโลก
5. เลือดนองที่ Mexico: ความปลอดภัยที่สั่นคลอน
ปิดท้ายด้วยความรุนแรงใน Mexico เมื่อเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงนักท่องเที่ยวบนยอดพีระมิด Teotihuacan จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้ทำให้รัฐบาลของประธานาธิบดี Claudia Sheinbaum ต้องรีบออกมาประกาศยกระดับการรักษาความปลอดภัยขนานใหญ่ เพื่อกู้ความเชื่อมั่นก่อนที่กองทัพแฟนบอลจะหลั่งไหลเข้ามา
--------------------------------------------------
รายงานโดย: รัตนา กิจเจริญ — เขียนขณะละเลียด Mezcal รสจัดจ้าน บ่มในถังไม้โอ๊กชั้นดีหนัก 1.5 ออนซ์ กลิ่นควันไฟจางๆ เข้ากับบรรยากาศมาคุของฟุตบอลโลกหนนี้เสียจริง!