แสงโพล้เพล้เหนือสนามหญ้าที่เปียกชื้น
ก่อนที่นกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้น แสงแดดสุดท้ายของวันมักจะทาบทับลงบนอัฒจันทร์คอนกรีตที่เริ่มผุกร่อน มันเป็นแสงสีส้มหม่นที่ชวนให้ระลึกถึงอดีต—ยุคสมัยที่ Robert "Al" Montgomery ยืนตระหง่านด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว และน้ำหนัก 235 ปอนด์ เขาไม่ใช่แค่ชายคนหนึ่ง แต่เขาคือสิ่งก่อสร้างที่มีลมหายใจ เป็นยักษ์ใหญ่ที่เคยบดขยี้สนามในฐานะควอเตอร์แบ็กระดับ All-CIAA ที่ North Carolina Central ก่อนจะไปทดสอบฝีเท้าในตำแหน่งเอนด์กับ Boston Patriots ในลีก AFL ยุคเก่า
กลิ่นอายของน้ำมันดีเซลจากเครื่องจักรในเมืองอุตสาหกรรมอาจจะจางหายไปตามกาลเวลา แต่บารมีของ Montgomery ยังคงอบอวลอยู่ในความทรงจำของผู้คน เมื่อเขาผันตัวมาเป็นโค้ชและครูพลศึกษาที่ Second Ward High School ใน Charlotte ร่างกายที่กำยำของเขาเปรียบเสมือนปราการเหล็กที่ใครเห็นก็ต้องยำเกรง
เสียงหัวเราะท่ามกลางหยาดเหงื่อ
"เขาคือความน่าเกรงขามที่เดินได้" Arthur Griffin กรรมการบริหารเขต Mecklenburg และศิษย์เก่ารุ่นปี 1966 กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ (เขาขยับเนกไทเล็กน้อย ราวกับกำลังนึกถึงภาพชายร่างยักษ์คนนั้น) "เขาไม่ได้เป็นแค่โค้ช แต่เป็นครูที่สอนให้เรารู้จักความอดทนและการกัดไม่ปล่อย เขาเหมือนหมีเทดดี้ตัวใหญ่ที่มีเสียงหัวเราะดังก้องกังวานไปทั่วสนามฟุตบอลและโรงยิม"
ในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ ชื่อของ Montgomery จะได้รับการบรรจุเข้าสู่ Gaston County Sports Hall of Fame เคียงข้างกับตำนานอย่าง Danny Anderson, Steve Culbertson และ Hester Martin Haynes โดยมี Rick Barnes โค้ชบาสเกตบอลจาก University of Tennessee เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์หลัก
รอยเท้าบนเส้นทางที่ขรุขระ
ย้อนกลับไปในปี 1953 Montgomery คือดาราเด่นของ Highland High เขาเป็นนักกีฬาพรสวรรค์ที่เล่นได้ทั้งฟุตบอล บาสเกตบอล และเบสบอล ช่วยให้ทีม Rams คว้าแชมป์รัฐในกีฬาเบสบอลถึงสองสมัย ก่อนจะก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่ากับ North Carolina Central (หรือ North Carolina College ในสมัยนั้น) นำทีม Eagles คว้าแชมป์ CIAA ในปี 1953, 1954 และ 1956
หลังจากรับใช้ชาติในกองทัพสหรัฐฯ ช่วงปี 1958-1960 เขามีโอกาสสั้นๆ กับ Boston Patriots (ปัจจุบันคือ New England Patriots) ก่อนที่โชคชะตาจะขีดเส้นให้เขามาเป็นหัวหน้าโค้ชที่ Second Ward โรงเรียนมัธยมของคนผิวสีที่เก่าแก่ที่สุดใน Charlotte ที่นั่นเขาได้เจียระไนเพชรเม็ดงามอย่าง Randy Staten และ Jimmie Lee Kirkpatrick นักวิ่งที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไฮสคูลของรัฐ
บทเรียนสุดท้ายในเมืองที่กำลังเปลี่ยนไป
ในปี 1963 Montgomery พาทีม Tigers คว้าแชมป์รัฐด้วยสถิติไร้พ่าย 8-0-1 แต่วิถีของฟุตบอลก็เหมือนกับสภาพอากาศที่แปรปรวน เมื่อนโยบายการรวมโรงเรียน (Integration) เข้ามาถึง Second Ward ถูกสั่งปิดตัวลงหลังปีการศึกษา 1968-69 Kirkpatrick ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้ Myers Park ซึ่งเป็นโรงเรียนของคนขาวในขณะนั้น
"เขาไม่เคยตั้งคำถามกับการตัดสินใจของผมเลย" Kirkpatrick รำลึกความหลัง "เขาสนับสนุนผมเสมอ ทุกครั้งที่ผมกลับบ้าน ผมจะต้องไปหาเขา"
เส้นทางอาชีพโค้ชของ Montgomery สิ้นสุดลงในปี 1967 เขาใช้เวลาที่เหลืออีก 31 ปีในฐานะครูสอนขับรถในโรงเรียนต่างๆ ท่ามกลางความเสียดายของลูกศิษย์ที่อยากเห็นเขากลับมายืนคุมทีมข้างสนามอีกครั้ง Al Montgomery จากโลกนี้ไปในปี 2008 ด้วยวัย 74 ปี ทิ้งไว้เพียงตำนานของยักษ์ใหญ่ผู้ใช้ความอ่อนโยนสยบความแข็งกร้าว และเปลี่ยนหยาดเหงื่อในสนามให้กลายเป็นบทเรียนชีวิตที่ไม่มีวันตาย