ไฮไลท์ Premier League: Manchester City 2-1 Arsenal
ภาพที่ Mikel Arteta ลงไปคุกเข่ากุมขมับกับพื้นหญ้าตอนที่ Kai Havertz โหม่งจ่อๆ ข้ามคานในช่วงทดเจ็บ คงเป็นภาพที่ติดตาแฟนบอล Arsenal ไปอีกนาน และน่าจะเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนไปจนจบฤดูกาล
และก็นั่นแหละค่ะท่านผู้ชม ความซวยของพลพรรคปืนใหญ่คือการทิ้งโอกาสทองและการขาด 'เพชฌฆาต' หน้าปากประตู คือบทสรุปของเกมที่ Manchester City เบียดเอาชนะไปได้ 2-1 บีบช่องว่างคะแนนไล่จี้จ่าฝูง Premier League แบบหายใจรดต้นคอ
เกมนี้ถูกยกให้เป็นนัดตัดสินแชมป์ และก็เหมือนฉายหนังซ้ำจากนัดชิง Carabao Cup เมื่อเดือนก่อน เพราะสุดท้าย Manchester City ก็ยังคงเป็นของแสลงที่ Arsenal ก้าวข้ามไม่ได้เสียที
สัญชาตญาณนักฆ่าที่หายไป
Erling Haaland โชว์ความเถื่อนด้วยการเบียด Gabriel Magalhaes จนกระเด็นก่อนจะซัดประตูชัยในนาทีที่ 65 ส่งให้โมเมนตัมการลุ้นแชมป์เหวี่ยงไปทางฝั่งของ Pep Guardiola ทันที นี่แหละค่ะคือความต่างของการมีกองหน้าที่ไว้ใจได้ในเวลาที่ต้องการ
แม้ Mikel Arteta จะพยายามบอกว่ามันเป็นเรื่องของ "รายละเอียดเล็กน้อย" แต่ความจริงที่เจ็บปวดคือ Arsenal ปล่อยให้ช่องว่างจาก 9 แต้ม เหลือเพียง 3 แต้มเท่านั้นในตอนนี้
ความต่างอยู่ที่ 'ความคม' ในกรอบเขตโทษ
จะบอกว่า Arsenal เล่นแย่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะ Arteta วางหมากมาสู้ได้สนุก จัดทั้ง Eberechi Eze และ Martin Odegaard ลงพร้อมกันเพื่อหวังครองเกมบุก แต่สุดท้ายฟุตบอลเขาวัดกันที่ประตูค่ะคุณพี่!
"ความจริงก็คือ ความเด็ดขาดในกรอบเขตโทษทั้งสองฝั่งคือตัวตัดสินเกม" Arteta กล่าวแบบปลงๆ
ในเกมนี้ Kai Havertz ได้รับบทหน้าเป้าแทน Viktor Gyokeres และทำประตูตีเสมอได้จากการไปบล็อกลูกเตะของ Gianluigi Donnarumma เข้าประตูไปแบบงงๆ (ดวงล้วนๆ) แต่สิ่งที่แฟนบอลจำได้แม่นกว่าคือลูกหลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟ และลูกโหม่งจ่อๆ นาทีที่ 95 ที่ทำเอาบอสใหญ่ถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น
กองหน้าพันล้าน... แต่ผลงานน่ากุมขมับ
มันเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากที่ทีมลุ้นแชมป์กลับไม่มีกองหน้าคนไหนติดโผ 'ทีมยอดเยี่ยมแห่งปี' เลย ในขณะที่ Manchester City มี Erling Haaland หรือแม้แต่ Antoine Semenyo ที่ฟอร์มฮอตสุดๆ
หันมาดูตัวเลือกในแนวรุกของปืนใหญ่ ทั้ง Viktor Gyokeres, Kai Havertz, Gabriel Martinelli, Noni Madueke, Eze และ Gabriel Jesus... ทุกคนมีข้อดีค่ะ แต่ถ้าถามหาความ 'เหี้ยม' บอกเลยว่าหายากยิ่งกว่าเข็มในมหาสมุทร
- Viktor Gyokeres: ค่าตัว 64 ล้านปอนด์ ยิงไป 18 ลูกก็จริง แต่โดนวิจารณ์ว่าเก่งแต่กับทีมเล็ก
- Kai Havertz: ลูกที่ยิงได้วันนี้คือลูกแรกของซีซั่น (โอ้แม่เจ้า!)
- Leandro Trossard: ปืนฝืดมา 22 นัดติดต่อกัน
- Bukayo Saka: ตัวแบกที่ดันมาเจ็บ Achilles แถมปีนี้สถิติก็ดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด
เน้นเซตพีซจนลืมวิธีเข้าทำ?
Gael Clichy อดีตกองหลัง Arsenal วิเคราะห์ผ่านสื่อว่า ปืนใหญ่เริ่มเสพติดการได้ประตูจากลูกนิ่ง (Set-pieces) มากเกินไป จนลืมวิธีการสร้างสรรค์เกมรุกแบบ Open play ซึ่งสถิติก็ฟ้องชัดเจนว่า Arsenal มีค่า Expected Goals (xG) จากการเล่นปกติอยู่อันดับ 6 ของลีก ตามหลังทั้ง Chelsea และ Manchester City แบบไม่เห็นฝุ่น
"เหมือนพวกเขากำลังเล่นแบบกลัวพลาด มากกว่าจะเล่นเพื่อเอาชนะ" Clichy ทิ้งท้ายไว้ให้คิด
บทสรุป: ยังอยู่ในมือ แต่ใจน่ะสั่นไปหมดแล้ว
ข่าวดีคือ Arsenal ยังนำอยู่ 3 แต้ม และเหลืออีก 5 นัดให้แก้ตัว Arteta ยืนยันว่าลูกทีมยังฮึดสู้และเชื่อมั่นว่าจะเข้าป้ายคว้าแชมป์ได้ แต่คำถามคือ ใน 5 นัดที่เหลือนี้ จะมีกองหน้าคนไหนลุกขึ้นมาสวมบทฮีโร่ผู้เหี้ยมโหดได้บ้าง? หรือจะต้องเห็น Arteta ลงไปคุกเข่ากับพื้นแบบนั้นอีกจนจบฤดูกาล?