ช็อตฟีลแฟนบอล: เมื่อ Mikel Arteta ลงไปกองกับพื้น
ภาพของ Mikel Arteta ที่ลงไปคุกเข่ากุมขมับในเขตเทคนิคตอนที่ Kai Havertz โหม่งจ่อๆ ข้ามคานในช่วงทดเจ็บ คงเป็นภาพจำที่ติดตาแฟนบอล Arsenal ไปอีกนาน และก็นั่นแหละครับท่านผู้ชม ความผิดพลาดซ้ำซากกับการขาด 'ตัวตึง' ในการจบสกอร์ กลายเป็นพล็อตเรื่องเดิมๆ ที่ทำให้ Manchester City บุกมาสอยไป 2-1 จี้ตูดจ่าฝูง Premier League แบบหายใจรดต้นคอ
เกมนี้ถูกยกให้เป็นนัดตัดสินแชมป์ และก็เหมือนหนังม้วนเดิมจากนัดชิง Carabao Cup เมื่อเดือนก่อนที่ Manchester City ยังคงเป็นของแสลงสำหรับ Arsenal เสมอ
ความต่างของ 'สัญชาตญาณนักฆ่า'
Erling Haaland โชว์ความเถื่อนด้วยการเบียด Gabriel Magalhaes จนกระเด็นก่อนจะซัดประตูชัยในนาทีที่ 65 ส่งให้ทีมของ Pep Guardiola กุมความได้เปรียบในโค้งสุดท้ายทันที นี่แหละครับคือความต่างของการมีกองหน้าประเภท 'โป้งเดียวจอด' ในขณะที่ทัพปืนใหญ่พยายามสู้ยิบตาจน Mikel Arteta ต้องออกมาโอดครวญเรื่อง 'รายละเอียดเล็กน้อย' แต่ก็นะ... ไอ้รายละเอียดที่ว่าก็คือการทิ้งโอกาสทองจนทำให้ลุ้นแชมป์ตอนนี้เปิดกว้างซะยิ่งกว่าประตูบ้านผมอีก
ฟอร์มโดยรวมของ Arsenal ไม่ได้แย่หรอกครับ แต่การขาดสัญชาตญาณนักฆ่ากำลังจะกลายเป็นหนามยอกอกที่ทำให้ฝันสลายในการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี
Havertz กับบทบาท 'เกือบหล่อ'
Mikel Arteta พยายามเปิดเกมรุกเต็มสูบ ส่งทั้ง Eberechi Eze และ Martin Odegaard ลงสนามพร้อมกันเป็นครั้งที่ 4 ในฤดูกาลนี้เพื่อครองเกม แต่ความจริงที่เจ็บปวดคือ "ความเด็ดขาดในกรอบเขตโทษคือตัวตัดสิน" อย่างที่บอสปืนว่าไว้
Kai Havertz ที่ลงมายืนค้ำแทน Viktor Gyokeres อุตส่าห์ทำประตูตีเสมอได้จากการไปบล็อกลูกเตะของ Gianluigi Donnarumma จนกระดอนเข้าประตูไป (แบบงงๆ) แต่สิ่งที่คนจะจำไม่ใช่ลูกนั้นครับ แต่เป็นลูกหลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟ และลูกโหม่งจ่อๆ ในนาทีที่ 95 ที่ทำเอา Mikel Arteta ลงไปนอนวัดพื้นนั่นแหละ
กองหน้าค่าตัวแพง... แต่แรงยังไม่มา?
Arsenal พยายามแก้ปัญหาด้วยการทุ่มเงิน 64 ล้านปอนด์คว้าตัว Viktor Gyokeres มาจาก Sporting เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้เจ้าตัวจะกดไป 18 ประตูรวมทุกรายการ แต่คำถามคือเขาคือ 'คนที่ใช่' สำหรับเกมระดับบิ๊กแมตช์จริงหรือเปล่า? เพราะดูเหมือนจะแผลงฤทธิ์ได้แค่กับทีมครึ่งล่างของตารางเท่านั้น
เมื่อหันไปมองคู่แข่ง Erling Haaland หรือแม้แต่ Antoine Semenyo ต่างก็โชว์ฟอร์มสมราคาตัวเต็งรางวัลส่วนตัว ในขณะที่แนวรุกของ Arsenal ทั้ง Gabriel Martinelli, Noni Madueke หรือ Gabriel Jesus ดูจะมีจุดเด่นคนละแบบ แต่ถ้าจะหาคนที่ 'ไว้ใจได้เสมอ' บอกเลยว่าหายากยิ่งกว่าที่จอดรถในห้างวันหยุด
- Leandro Trossard: ปืนฝืดมา 22 เกมติดต่อกัน
- Noni Madueke: ยิงในลีกไปแค่ 2 ลูก
- Eberechi Eze: ยิงไป 6 ลูก แต่ 5 ลูกดันมายิงใส่ Tottenham Hotspur ทีมเดียวซะงั้น
- Bukayo Saka: ตัวแบกที่เจ็บ Achilles แถมปีนี้ตัวเลขสถิติต่างๆ ก็ดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด
สไตล์การเล่นที่ 'เน้นปลอดภัย' จนลืมเสี่ยง?
Gael Clichy อดีตแบ็กซ้ายปืนใหญ่ให้ความเห็นผ่าน BBC Radio 5 Live ว่า Arsenal เริ่มพึ่งพาลูกตั้งเตะมากเกินไปจนกลายเป็นความเคยชิน "ข้อความที่ส่งออกมาคือ 'ไม่ต้องห่วงพวก เราแค่รับให้แน่น เดี๋ยวได้เตะมุมเราก็ชนะเอง'" ซึ่งมันทำให้ความคิดสร้างสรรค์ในเกมรุกหายไป
เขายังเสริมอีกว่า นักเตะที่เซ็นมาใหม่มีศักยภาพที่จะถล่มได้ทุกทีมถ้าได้รับอิสระมากกว่านี้ แต่ช่วงหลังดูเหมือนทุกคนจะเล่นแบบ 'กลัวพลาด' มากกว่า 'กล้าเสี่ยง' เพื่อชัยชนะ
ยังมีความหวัง... ถ้ากองหน้าเลิกสาก!
ข่าวดี (ที่ปลอบใจสุดๆ) คือชะตากรรมยังอยู่ในมือของ Arsenal แม้โมเมนตัมจะเทไปทาง Manchester City แล้วก็ตาม Mikel Arteta ยืนยันว่าลูกทีมยังฮึดสู้ "พวกเขายังคุยกันในห้องแต่งตัว เรายังมีแต้มนำ 3 คะแนน และเหลืออีก 5 นัด อะไรก็เกิดขึ้นได้"
ห้าเกมสุดท้ายกับผลต่างประตูได้เสียที่อาจจะเป็นตัวตัดสิน Mikel Arteta คงต้องภาวนาให้กองหน้าสักคนในทีมองค์ลง กลายเป็นเพชฌฆาตหน้าเป้าให้ทันเวลา ก่อนที่ถ้วยแชมป์จะหลุดมือไปให้ลุงเป๊ปอีกปี!