เงาที่ทอดผ่าน Riyadh Air Metropolitano
แสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้ที่กรุงมาดริดวันนี้มีสีหม่นเหมือนเหล็กที่ถูกทิ้งไว้กลางสายฝน แสงไฟจากยอดสนามกีฬา Riyadh Air Metropolitano สาดส่องลงมาทาบทับพื้นหญ้าด้วยความสว่างที่ดูแห้งแล้งและเย็นชา ก่อนที่เสียงนกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่หนักอึ้งราวกับพายุที่กำลังตั้งเค้า
Atletico Madrid และ Arsenal ขับเคี่ยวกันจนจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ในศึก Champions League รอบรองชนะเลิศนัดแรกเมื่อคืนวันพุธ ทิ้งให้สถานการณ์ของคู่นี้ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้ายก่อนจะไปตัดสินกันใหม่ในสัปดาห์หน้า ทว่าทีมเยือนกลับต้องเดินออกจากสนามด้วยความรู้สึกเหมือนถูกปล้น พวกเขาควรจะได้หอบหิ้วชัยชนะกลับสู่ลอนดอน หากโชคชะตาและเทคโนโลยีไม่เล่นตลกเสียก่อน
นาทีที่ 78: รอยร้าวในความเงียบ
ในนาทีที่ 78 ขณะที่กลิ่นน้ำมันดีเซลจากเครื่องจักรในสนามยังอบอวล Danny Makkelie ผู้ตัดสินในเกมนี้ชี้ไปที่จุดโทษทันทีหลังจาก Eberechi Eze ล้มลงจากการปะทะกับ David Hancko ทว่าหลังจากภาพช้าจากห้อง VAR ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนฟิล์มหนังนัวร์ที่พยายามหาจุดผิดพลาด จุดโทษของ Arsenal ก็ถูกริบคืนไปอย่างเลือดเย็น คำตัดสินนี้สร้างบาดแผลทางอารมณ์ให้กับ Mikel Arteta อย่างรุนแรง ซึ่งเขาได้ระบายความอัดอั้นผ่านสื่ออย่าง Marca หลังจบเกม
Mikel Arteta (ยืนกำหมัดแน่น ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ความว่างเปล่า): "มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเล่นที่นี่ พลังงานและบรรยากาศมันยอดเยี่ยมมาก เรามีโอกาสหลายครั้ง แต่เรากลับดูเซื่องซึมในช่วงต้นครึ่งหลังจนทำให้เสียประตู เราสูญเสียการควบคุมไปชั่วขณะ แต่สิ่งที่ทำให้ผมผิดหวังที่สุดคือการตัดสินใจเรื่องจุดโทษนั่น"
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความโกรธ "ผมโกรธมากที่พวกเขาไม่เป่านกหวีดในจังหวะที่ชัดเจนขนาดนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะชัดไปกว่านี้อีกแล้ว เหมือนกับที่พวกเขาเคยตัดสินในคู่อื่นๆ... มันคือจุดโทษที่ชัดเจนที่สุด"
"เมื่อวานนี้ในเกม PSG กับ Bayern Munich ก็มีจังหวะแบบนี้สองครั้ง ผมยอมรับได้ ใน Premier League แฮนด์บอลอาจจะไม่เป็นจุดโทษ คุณยอมรับมันได้เพราะมันมีบรรทัดฐานอยู่ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมจังหวะนี้ต้องดูภาพย้อนหลังถึง 13 ครั้งเพื่อที่จะยกเลิกมัน กฎก็คือกฎ และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น"
Arteta: “เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในโลกฟุตบอล”
กุนซือชาวสแปนิชแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาหวังว่าความผิดพลาดในค่ำคืนที่มืดมิดนี้จะไม่ส่งผลร้ายแรงจนทำให้ทีมของเขาต้องพลาดตั๋วรอบชิงชนะเลิศ Champions League
"มันเป็นงานของพวกเขา ไม่ว่าพวกเขาจะทำมันยังไงก็ตาม ผมตัดสินแค่จากสิ่งที่เห็นและสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริง เราทุ่มเทกันไปมหาศาลเพื่อมาอยู่ตรงจุดนี้ โลกฟุตบอลกำลังเปลี่ยนไป แต่เรื่องผิดพลาดแบบนี้... มันไม่ควรเกิดขึ้นเลยจริงๆ"