แสงสุดท้ายที่หม่นแสงเหนือสมรภูมิเบอร์มิงแฮม
ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้น แสงอาทิตย์ยามอัสดงเหนือสนาม Villa Park ฉาบไล้ขอบอัฒจันทร์ด้วยสีส้มหม่นราวกับเหล็กที่เพิ่งถอนออกจากเตาหลอมในโรงงานแถบมิดแลนด์ส มันเป็นแสงที่ไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่กลับทิ้งเงายาวเหยียดที่ดูเหมือนจะกดทับจิตวิญญาณของผู้มาเยือน กลิ่นน้ำมันดีเซลจางๆ จากเครื่องจักรหนักในละแวกนั้นลอยมาปะทะจมูก ผสมกับความชื้นของคอนกรีตเก่าที่ซึมซับหยาดเหงื่อและคราบน้ำตามานานนับทศวรรษ
โชคชะตาที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิงกำลังจะถูกขีดเขียนลงบนผืนหญ้าแห่งนี้ Aston Villa ภายใต้การนำของ Unai Emery ยังคงเดินหน้าอย่างสุขุมลุ่มลึกราวกับสถาปนิกที่วางโครงสร้างเหล็กไว้อย่างแม่นยำ พวกเขาจับจองพื้นที่ใน Champions League จนกลายเป็นความคุ้นชิน ทิ้งห่าง Brentford ที่รั้งอันดับหกออกไปไกลแสนไกล ร่างกายของเหล่านักเตะสิงห์ผงาดดูผ่อนคลายแต่แข็งแกร่ง ต่างจากผู้มาเยือนที่แบกความตึงเครียดไว้บนบ่าจนแทบจะปริแตก
ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของไก่เดือยทอง
สำหรับ Tottenham ฤดูกาลนี้คือฝันร้ายที่ตื่นมาเจอแต่ความว่างเปล่า พวกเขาเหมือนคนที่กำลังเดินไต่ลวดหนามเหนือหุบเหว ความหวังสุดท้ายที่จะรอดพ้นจากการตกชั้นอันน่าอดสูถูกฝากไว้ที่ปลายเท้าและมันสมองของ Roberto De Zerbi ชายผู้ถูกดึงมาเพื่อกอบกู้ซากปรักหักพัง ชัยชนะในวันนี้คือหนทางเดียวที่จะฉุดสโมสรจากลอนดอนแห่งนี้ให้พ้นจากโซนอันตราย หลังจากที่เห็น West Ham พ่ายยับเยินไปเมื่อวันก่อน








