จัดอันดับ Ballon d'Or 2026: ใครตัวตึง ใครตัวประกอบ เดี๋ยวรู้กัน
ถ้าพูดถึงรางวัลที่นักบอลอยากได้จนตัวสั่นยิ่งกว่าถ้วยแชมป์ลีก ก็คงหนีไม่พ้น Ballon d'Or นี่แหละครับ รางวัลที่ตัดสินกันว่าใครคือ 'พระเจ้า' ประจำฤดูกาล ซึ่งจะประกาศผลกันทุกเดือนตุลาคมของทุกปี และเป็นความฝันสูงสุดที่นักเตะระดับโลกอยากไปยืนเก๊กหล่อบนเวทีงานกาล่าสักครั้งในชีวิต
หลังจากที่ Ousmane Dembele ปาดหน้าเค้กคว้า Ballon d'Or ปี 2025 ไปครองจากการพา Paris Saint-Germain เถลิงบัลลังก์ยุโรปสมัยแรกได้สำเร็จ บรรดาแข้งเทพทั้งหลายก็เริ่มขยับตัวหวังจะโชว์ฟอร์มเทพเพื่อแย่งชิงไอ้ลูกฟุตบอลทองคำนี่มาประดับบ้านบ้าง
วันนี้ รัตนา กิจเจริญ จะพาไปส่องกล้องมองเกมว่าใครคือตัวเต็งของปี 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง FIFA World Cup ในช่วงหน้าร้อนมาเป็นตัวแปรสำคัญ ใครจะรุ่ง ใครจะร่วง มาดูกันครับ
10) Vitinha (กองกลาง, Paris Saint-Germain)
ถ้าจะบอกว่า Vitinha คือหนึ่งในสามมิดฟิลด์ที่เนียนกริบที่สุดในโลกตอนนี้ก็คงไม่เกินจริง แข้งวัย 26 ปีคนนี้พุ่งพรวดขึ้นมาอยู่อันดับ 3 เมื่อปีที่แล้วแบบหล่อๆ จุดเด่นของเขาคือการเอาตัวรอดจากการโดนรุม (Press-resistant) ที่น่าอัศจรรย์ แถมยังจ่ายบอลถวายพานได้ทุกระยะ และถ้าเผลอเมื่อไหร่ พี่แกส่องไกลหายห่วงเหมือนที่โชว์ในยุโรปฤดูกาลนี้
แต่ปัญหาคือความ 'ผีเข้าผีออก' ของ Paris Saint-Germain ในลีกที่ทำเอาแฟนบอลกุมขมับ แม้ในยุโรปจะยังดูดุร้าย แต่ใน Ligue 1 กลับโดนไล่จี้จนหายใจรดต้นคอ ถ้า Vitinha ไม่ระเบิดฟอร์มพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปอีกสมัย หรือพา Portugal ไปไกลในบอลโลก อันดับปีนี้คงร่วงกราวรูดแน่นอน
9) Erling Haaland (กองหน้า, Man City)
ชื่อของดาวซัลโว Premier League มักจะมีที่ว่างในลิสต์นี้เสมอ แต่บอกเลยว่าสถานการณ์ของ Erling Haaland ตอนนี้เหมือนอยู่เครื่องช่วยหายใจครับ! แม้จะเปิดซีซั่นแบบไฟลุกโชนยิงกระจาย แต่พอเข้าปี 2026 ปุ๊บ ฟอร์มกลับรูดม่านสนิท ยิงประตูจากโอเพ่นเพลย์ได้น้อยจนน่าตกใจ
ยิ่ง Man City กระเด็นตกรอบ Champions League ไปก่อนเพื่อน ยิ่งทำให้โอกาสของเขาริบหรี่ ทางรอดเดียวคือต้องถล่มประตูในลีกให้ยับ และต้องแบก Norway ใน World Cup ให้ได้ ถ้าทำไม่ได้... ก็เตรียมตัวหลุดโผได้เลยจ้า
8) Vinicius Jr. (ปีกซ้าย, Real Madrid)
หลังจากออกอาการ 'งอนตุ๊บป่อง' ทั้งคนทั้งสโมสรที่พลาดรางวัลปี 2025 ฟอร์มของ Vinicius Jr. ก็ดูจะดิ่งเหวไปพักใหญ่ แถมยังต้องยอมสยบให้รัศมีของ Kylian Mbappe อีกต่างหาก แต่พอ Mbappe เจ็บไปช่วงกุมภาพันธ์ Vini ก็กลับมาซ่าได้อีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ Alvaro Arbeloa
แต่ก็นั่นแหละ พอพ่อหนุ่มนินจาเต่ากลับมา Vini ก็เงียบกริบในเกมเจอ Bayern Munich จนทีมตกรอบยุโรปไป ความหวังสุดท้ายของเขาคือการพา Brazil กลับมาผงาดใน World Cup 2026 ถ้าทำได้จริง อันดับพุ่งพรวดแน่นอน แต่ถ้าฟอร์มทีมชาติยังเหมือนเดิม... ก็ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ
7) Gabriel Magalhaes (กองหลัง, Arsenal)
ใครจะว่า Arsenal เล่นยังไงก็ช่าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า Gabriel Magalhaes คือหัวใจสำคัญของเกมรับที่แกร่งที่สุดในยุโรปตอนนี้ Mikel Arteta ปั้นเขาจนกลายเป็นอาวุธหนักทั้งเกมรับและเกมรุกจากลูกตั้งเตะ
การจับคู่กับ William Saliba ทำให้แผงหลังปืนใหญ่เหนียวเหมือนทากาวตราช้าง ถ้าใครมองข้ามกองหลังคนนี้ในลิสต์ Ballon d'Or แสดงว่าคุณดูบอลแค่ตอนเขายิงประตูกันแล้วล่ะ อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ขยับขึ้นท็อป 5 เขาต้องพา Brazil ไปให้ถึงดวงดาวในบอลโลก ซึ่งดูแล้ว... เหนื่อยหน่อยนะพี่ชาย
6) Pedri (กองกลาง, Barcelona)
พ่อมดน้อยวัย 23 ปีที่เป็นทุกอย่างให้ Barcelona แล้ว การจ่ายบอลและวิสัยทัศน์ของเขามันระดับคลาสสิกที่หาตัวจับยาก แต่ในยุคที่สถิติประตูและแอสซิสต์ครองเมือง กองกลางสายคลาสสิกแบบ Pedri มักจะเสียเปรียบเสมอ
แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่เพื่อนร่วมทีมทั้งในสโมสรและทีมชาติอย่าง Lamine Yamal ดันเด่นเกินหน้าเกินตาไปหน่อย ทำให้สปอตไลท์ส่วนใหญ่ไปตกที่เจ้าหนูมหัศจรรย์นั่นมากกว่า แม้ Pedri จะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีแชมป์ใหญ่ระดับโลกมาการันตี อันดับ 6 ก็น่าจะเต็มกลืนแล้ว
5) Kylian Mbappe (กองหน้า, Real Madrid)
ว่ากันว่าเขาคือกองหน้าที่เก่งที่สุดในโลกมาหลายปี แต่ Ballon d'Or ก็ยังเป็นแค่ 'ฝันกลางวัน' สำหรับ Kylian Mbappe ตลอดมา ปีนี้ตอนแรกดูเหมือนจะมาดี ไล่ทุบสถิติของ Cristiano Ronaldo เป็นว่าเล่น แต่พอเข้าเดือนเมษายนปุ๊บ... พังพินาศ!
Real Madrid หลุดวงโคจรลุ้นแชมป์ La Liga แถมยังตกรอบ Champions League อีก ตอนนี้ความหวังเดียวที่จะกู้หน้าได้คือต้องพา France คว้าแชมป์ World Cup อีกสมัยเท่านั้น ไม่งั้นก็เตรียมตัวแสดงความยินดีกับคนอื่นได้เลย
4) Declan Rice (กองกลาง, Arsenal)
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์แท็กติกของ Arsenal แต่ Declan Rice คือคนเดียวที่ลอยตัวเหนือความดราม่าทั้งปวง สถิติของเขามันบ้าคลั่งมาก ทั้งการจ่ายบอล, การตัดเกม, และการคุมจังหวะ อยู่ในระดับท็อป 90-99 เปอร์เซ็นต์ไทล์แทบทุกด้าน
สำหรับ Rice แล้ว เงื่อนไขเดียวที่จะทำให้เขาคว้า Ballon d'Or คือการพา England เป็นแชมป์โลก แต่ก็นั่นแหละ... ในทีมดันมี Harry Kane ที่จองคิวเป็นพระเอกอยู่ งานนี้ต้องลุ้นกันตัวโก่งว่าใครจะเด่นกว่ากันในศึกสายเลือดสิงโตคำราม!