แสงไฟที่มอดดับและกลิ่นอายของความภักดี
ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้น แสงอาทิตย์ยามอัสดงเหนือสนาม Old Trafford มักจะทาบทับลงบนอัฒจันทร์ด้วยสีส้มหม่น ราวกับสนิมที่เกาะกินโครงสร้างเหล็กของโรงงานเก่าในแถบตอนเหนือ แสงไฟฟลัดไลท์เริ่มทำงาน มันไม่ได้สว่างไสวอย่างรุ่งโรจน์ แต่มันส่องให้เห็นฝุ่นละอองและหยดน้ำค้างที่เกาะตัวหนาบนผืนหญ้า ในบรรยากาศเช่นนี้เองที่ Bruno Fernandes กัปตันทีม Manchester United เลือกที่จะเปิดเปลือยความในใจถึงเหตุผลที่เขายังไม่ยอมหันหลังให้กับการล่มสลายที่นี่
จอมทัพวัย 31 ปี ผู้ที่มีแววตาเหนื่อยล้าแต่ทว่าดุดัน ปฏิเสธข้อเสนอเงินมหาศาลจาก Saudi Arabia เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา เพื่อเลือกที่จะติดอยู่กับกงล้อประวัติศาสตร์ที่ยังหมุนไปไม่ถึงจุดหมาย เขาบอกเล่าเรื่องราวนี้กับ Gary Neville ตำนานของสโมสร ท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนบทสนทนาในบาร์เหล้าที่เงียบเหงา
เสียงสะท้อนจากห้องแต่งตัวที่แตกร้าว
"มันไม่ใช่แค่เรื่องของความซื่อสัตย์" Fernandes เอ่ยปาก (เขามองไปที่พื้นปูนที่ชื้นแฉะ ราวกับกำลังอ่านร่องรอยของความพ่ายแพ้ในอดีต) "ผมสามารถจากไปได้ตั้งแต่สองปีก่อน สามปีก่อน หรือแม้แต่ฤดูกาลที่แล้ว แต่ผมเลือกที่จะอยู่ที่นี่ เพราะความสำเร็จกับสโมสรแห่งนี้คือสิ่งที่ผมจะไม่มีวันหาได้จากที่ไหนในโลก"
เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าแต่หนักแน่น "ผมรู้ว่าแฟนบอลโหยหามันแค่ไหน ผมรู้ถึงความคลั่งไคล้ที่เผาไหม้อยู่ในอกของพวกเขา ผมลงเรือลำเดียวกับพวกเขาแล้ว และแทนที่จะปล่อยให้เรือลำนี้ลอยนิ่งๆ ผมต้องการให้มันฝ่าคลื่นลมไปข้างหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้"
บาดแผลจากอดีตและภารกิจที่ยังไม่สิ้นสุด
แม้จะเคยชูถ้วย Carabao Cup และ FA Cup มาบ้าง แต่นั่นเป็นเพียงผ้าพันแผลผืนเล็กๆ ที่ปิดทับแผลฉกรรจ์ ฤดูกาลที่ผ่านมา Manchester United จบอันดับที่ 15 ใน Premier League ซึ่งเป็นจุดตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ แถมยังต้องปราชัยในนัดชิงชนะเลิศ Europa League ทิ้งให้ Old Trafford หนาวเหน็บโดยไม่มีฟุตบอลยุโรปให้ความอบอุ่น
"สโมสรเชื่อใจผมเมื่อ 6 ปีที่แล้ว" Fernandes สารภาพกับ Neville "ผมยังทำตามความฝันไม่สำเร็จ ผมไม่เคยปิดบังว่าผมต้องการคว้าแชมป์ Premier League และ Champions League กับทีมนี้ ผมอาจจะทำได้ หรืออาจจะล้มเหลว แต่ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจอยู่ที่นี่ ผมจะลองดูอีกครั้ง"
ความจริงที่ขมขื่นในตารางคะแนน
- Manchester United ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าพวกเขายังตามหลังทีมยักษ์ใหญ่ที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน
- ร่างกายของ Fernandes แสดงออกถึงความล้าสะสมจากการแบกความหวังของเมืองทั้งเมืองไว้บนบ่า
- สัญญาของเขายังมีผลอยู่ และเขายืนยันจะสู้จนกว่าหยดเหงื่อสุดท้ายจะซึมลงสู่พื้นดินของ Old Trafford
ในวันอาทิตย์นี้ สงครามครั้งใหม่กับ Liverpool กำลังจะเริ่มต้นขึ้นภายใต้แสงไฟที่พร่ามัวดวงเดิม Fernandes จะนำทัพปีศาจแดงลงสนามอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะฮีโร่ผู้ชนะ แต่ในฐานะชายผู้ปฏิเสธที่จะทิ้งซากปรักหักพังที่เขาเรียกว่าบ้าน