ทีมชาติอังกฤษชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1966 มีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่หลังความสำเร็จที่แตกต่างจากนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ในยุคปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการต้องตระเวนรับงานเสริมเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว
ความแตกต่างของรายได้และวิถีชีวิตของนักเตะทีมชาติอังกฤษ
นักเตะชุดแชมป์โลกปี 1966 หรือที่รู้จักในนาม "Boys of 66" ไม่ได้มีรายรับมหาศาลเหมือนนักเตะในศึก Premier League ยุคนี้ที่รับค่าเหนื่อยหลายแสนปอนด์ต่อเดือน Geoff Hurst ฮีโร่ผู้ทำแฮตทริกในนัดชิงชนะเลิศยังต้องเดินทางไปฝึกซ้อมการพูดสุนทรพจน์ตามบ้านพักเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำเชิงพาณิชย์
ในยุคทศวรรษที่ 1980 มีเครือข่ายงานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับคนรักกีฬาเกิดขึ้นมากมายทางตอนเหนือของอังกฤษ โดยเฉพาะตามสโมสรของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทำให้นักเตะระดับตำนานหลายคนต้องใช้ช่องทางนี้ในการหารายได้เสริมเพื่อประทังชีวิต
"ผมเคยเขียนบทพูดให้ Geoff และช่วยเขาซ้อมการนำเสนอ ซึ่งเขากลายเป็นนักแสดงที่ดูเป็นธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว"
การควบคุมวินัยอย่างเข้มงวดของ Alf Ramsey
Alf Ramsey ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษในเวลานั้นได้รับค่าจ้างเริ่มต้นเพียง 4,500 ปอนด์ต่อปี และเพิ่มขึ้นสูงสุดไม่เกิน 5,000 ปอนด์ โดยเขาต้องขอความช่วยเหลือจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษในการซื้อบ้านพักอาศัย
ผู้จัดการทีมระดับตำนานรายนี้ยังมีวิธีควบคุมลูกทีมไม่ให้เกิดความทะนงตัวหลังจากคว้าแชมป์โลก โดยหลังจากจบเกมการแข่งขันนัดหนึ่ง Hurst ได้กล่าวลาว่า "แล้วพบกันใหม่ครับ Alf" แต่ Ramsey กลับตอบว่า "อาจจะนะ Geoff อาจจะ" ซึ่งคำพูดนี้ทำให้นักเตะตระหนักว่าตำแหน่งในทีมไม่ได้การันตีถาวร
เรื่องเล่าจากแคมป์ทีมชาติและพฤติกรรมที่เป็นกันเอง
ความถ่อมตัวของนักเตะชุดนี้สะท้อนผ่านพฤติกรรมที่เข้าถึงง่าย ซึ่งแตกต่างจากบุคลากรฟุตบอลในยุคหลังที่ติดต่อได้ยากลำบาก โดยพวกเขามักจะโทรศัพท์ติดต่อกลับทันทีหากมีผู้ฝากข้อความไว้ในเครื่องตอบรับอัตโนมัติที่บ้าน
ในเช้าวันนัดชิงชนะเลิศปี 1966 Martin Peters เคยเปิดเผยว่าเวลานั้นช่างยาวนานจนทำให้นักเตะบางคนตัดสินใจออกไปเดินซื้อของที่ย่าน Hendon high street เพื่อผ่อนคลายความกดดันก่อนเริ่มเกมสำคัญ
นอกจากนี้ในการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศกับทีมชาติอาร์เจนตินา Nobby Stiles กองหลังตัวรับได้รับคำสั่งให้ประกบตัวรุกคนสำคัญอย่าง Antonio Rattín ซึ่งเขาได้ถามผู้จัดการทีมกลับไปเพื่อสร้างความผ่อนคลายว่า
"Alf คุณต้องการให้ผมประกบเขาแค่ในแมตช์นี้ หรือให้ประกบไปตลอดชีวิตของเขาเลย"
เรื่องราวดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ขันและความเป็นกันเองของเหล่านักเตะแชมป์โลกที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลอังกฤษจนถึงปัจจุบัน