แสงโพล้เพล้เหนือปากแม่น้ำ และกลิ่นอายของความแค้นที่ยังไม่จางหาย
ก่อนเสียงนกหวีดแรกจะดังขึ้น แสงอาทิตย์อัสดงที่ Hill Dickinson Stadium ฉาบไล้ขอบฟ้าเป็นสีม่วงหม่นตัดกับสีเทาของคอนกรีตดิบ แสงไฟสนามค่อยๆ สว่างขึ้นอย่างช้าๆ ท่ามกลางละอองไอเค็มจากท้องทะเลที่พัดผ่านเข้ามา มันคือบรรยากาศที่ชวนให้ระลึกถึงความหลังอันขมขื่นและความหวังที่พยายามจะก่อตัวขึ้นใหม่
Everton และ Liverpool แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลยในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา นอกเสียจากพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กันจนแทบจะหายใจรดต้นคอ ในขณะที่ทศวรรษล่าสุดของ Liverpool เต็มไปด้วยความสำเร็จใน Champions League และถ้วยรางวัล Premier League อีกสองใบ แต่ฝั่ง Everton กลับต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
เหล่าพลพรรค The Toffees ต้องเผชิญกับค่ำคืนที่บีบคั้นหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อรักษาที่ยืนใน Premier League ตั้งแต่ลูกโหม่งของ Dominic Calvert-Lewin ที่พังประตู Crystal Palace ในปี 2022 ไปจนถึงประตูตัดสินชะตาของ Abdoulaye Doucoure ที่ดับซ่า Bournemouth ในวันสุดท้ายของฤดูกาลถัดมา มันคือรถไฟเหาะแห่งอารมณ์ที่กัดกินจิตวิญญาณของชาว Evertonians อย่างแสนสาหัส
จากเถ้าถ่านสู่การทะยานกลับ: ยุคสมัยของความระมัดระวัง
ตลอด 6 ฤดูกาลหลังสุด มีเพียงครั้งเดียวที่ Everton จบในครึ่งบนของตาราง คืออันดับ 10 ภายใต้การคุมทีมของ Carlo Ancelotti เมื่อปี 2020/21 การบริหารงานที่ผิดพลาดนำไปสู่มรสุมทางการเงินและความเสื่อมถอย แต่ทว่าตอนนี้ The Blues กำลังฟื้นคืนชีพ David Moyes อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกใจแฟนบอลทุกคน แต่แนวทางการเล่นที่เน้นความปลอดภัยไว้ก่อนของเขาได้นำพาความมั่นคงกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง
ในศึก Merseyside Derby ครั้งประวัติศาสตร์ ณ รังเหย้าแห่งใหม่นี้ Everton กำลังมองไกลไปถึงยุโรป แม้พวกเขาจะหล่นมาอยู่อันดับ 10 แต่ผลการแข่งของทีมอื่นที่เป็นใจ ทั้งการทำแต้มหล่นของ Chelsea, Brentford และ Brighton หมายความว่าชัยชนะในบ่ายวันนี้จะส่งพวกเขาขึ้นสู่อันดับ 6 และตามหลังพื้นที่ Champions League เพียง 2 คะแนนเท่านั้น
กลิ่นคาวเลือดในสายลมหนาว
แม้สถิติจะบ่งบอกว่า Everton ชนะเพียงครั้งเดียวจากการเจอกัน 8 นัดหลังสุด แต่คราวนี้พวกเขากำลังได้กลิ่นคาวเลือด แชมป์เก่าอย่าง Liverpool เดินทางมาเยือนบ้านใหม่ริมน้ำของเพื่อนบ้านด้วยสภาพบอบช้ำ ทีมของ Arne Slot แพ้ถึง 4 จาก 5 นัดหลังสุดในทุกรายการ กระเด็นตกรอบทั้ง Champions League และ FA Cup การป้องกันแชมป์ของพวกเขาจบลงไปนานแล้ว และตอนนี้ความกังวลเดียวคือการรักษาพื้นที่ยุโรปจากทีมที่ไล่กวดมาข้างหลัง
มันเป็นเวลากว่าสองทศวรรษแล้วที่ทั้งสองทีมโคจรมาพบกันใน Premier League โดยมีเป้าหมายเดียวกันอย่างแท้จริง ย้อนกลับไปในปี 2004/05 Everton เคยเบียด Liverpool จบอันดับ 4 คว้าตั๋ว Champions League ไปครองได้สำเร็จ ก่อนที่โชคชะตาจะเล่นตลกให้ทีมของ Rafael Benitez ได้สิทธิ์ไปเล่นในฐานะแชมป์เก่าจากปาฏิหาริย์ที่ Istanbul ส่วน Everton ต้องตกรอบคัดเลือกด้วยน้ำมือของ Villarreal—บาดแผลที่ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจแฟนบอล
บทสรุปที่ Bramley-Moore Dock
การขับเคี่ยวแย่งชิงพื้นที่ยุโรปในตอนนี้คือโอกาสแห่งการชำระบาป มีเพียง 3 คะแนนเท่านั้นที่คั่นกลางระหว่างอันดับ 6 ถึง 12 โดยมี Liverpool ลอยตัวอยู่เหนือกลุ่มนั้นเพียงเล็กน้อย ทุกวินาทีในสนามมีความหมาย และชัยชนะของ Everton จะทำลายความได้เปรียบนั้นลงทันที
ไม่ต้องมีคำปลุกใจใดๆ สำหรับบรรยากาศที่ดุดันราวกับกรงหมีใน Bramley-Moore Dock บ่ายวันนี้ Liverpool จะได้พบกับการต้อนรับที่ไร้ซึ่งมิตรไมตรี นี่คือโอกาสทองของ David Moyes และเหล่านักรบของเขา รวมถึงฐานแฟนบอลที่ต้องทนทุกข์มานานเกินพอ (กล้องแพนไปที่ใบหน้ากร้านโลกของแฟนบอลรุ่นเก๋าที่ยืนพิงราวเหล็กเย็นเยียบ สายตาจับจ้องไปยังผืนหญ้าที่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิ)