สรุปผลการแข่งขัน
เฟเนร์บาห์เช่ เปิดบ้านแซงชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบลีก นัดที่ 4 ที่สนามชูครู ซาราโจกลู นครอิสตันบูล เมื่อคืนวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2026 (เตะเวลา 01:45 น. ตามเวลามาเลเซีย ของวันที่ 5 พ.ย.) แม้ทัพหงส์แดงจะได้ประตูขึ้นนำถึงสองครั้ง แต่ก็ไม่สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้ ทำให้ต้องสูญเสียสถิติชนะรวดในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้
ชัยชนะนัดนี้มีความหมายอย่างมากกับทีมจากตุรกี เพราะเป็นการคว้าชัยในแชมเปียนส์ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่ 2 เมษายน 2008 ที่เคยเอาชนะเชลซีในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของ เดิร์ก เคาท์ อดีตตำนานลิเวอร์พูล
เส้นทางของประตู
ลิเวอร์พูลเริ่มเกมได้ดีกว่าและสร้างโอกาสได้ก่อน จนได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 25 เมื่อบอลจากลูกเปิดของฝั่งลิเวอร์พูลถูกสกัดออกมาไม่พ้นกรอบเขตโทษ เทรย์ นีโอนี่ วัย 19 ปี ซัดบอลที่หลุดมาเบียดเสียงสะท้อนเข้าประตูไป นับเป็นประตูแรกในระดับอาชีพชุดใหญ่ของเขา
เพียงสี่นาทีต่อมา เจ้าบ้านก็ตามตีเสมอ หลังจาก อีร์ฟาน จาน คาห์เวจี้ สไลด์ยิงชนคานไปก่อนหน้านั้น เมสัน กรีนวูด สะบัดฟรีคิกระยะราว 20 หลาผ่านกำแพง บอลเฉี่ยว เจเรมี ฌักเกต์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ครึ่งแรกจบลงที่ 1-1
ครึ่งหลังลิเวอร์พูลครองเกมและกดดันต่อเนื่อง ก่อนที่ อันโดนี อิราโอล่า จะเปลี่ยนตัวสามคนในนาทีที่ 66 ส่ง อเล็กซานเดอร์ อิซัค, โคดี้ กักโป และ ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ลงสนาม และได้ผลทันที นาทีที่ 69 กักโปหลุดทางซ้ายเปิดเข้ากลาง อิซัคกระโดดโหม่งด้วยการสัมผัสบอลครั้งแรกในเกม ให้หงส์แดงขึ้นนำ 2-1
จุดเปลี่ยนของเกม
ความได้เปรียบของลิเวอร์พูลอยู่ได้ไม่นาน นาทีที่ 73 หลังจังหวะเตะมุมสั้น บอลถูกเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ กักโปพยายามโหม่งสกัดแต่บอลผ่านอลิสซอนไป อาร์ชี่ บราวน์ ที่ว่างอยู่เสาไกลแทงเข้าประตูง่ายๆ ตีเสมอ 2-2
อีกหกนาทีต่อมา จังหวะทุ่มบอลเข้ากรอบเขตโทษ บราวน์ลอยบอลเข้ามา และ เวดัต มูริชี่ ที่ลงมาจากม้านั่งสำรอง กระโดดเหนือผู้เล่นลิเวอร์พูลสามคนโหม่งเข้าประตูในนาทีที่ 79 ให้เฟเนร์บาห์เช่พลิกขึ้นนำ 3-2 เป็นครั้งแรกในเกม และรักษาสกอร์ไว้ได้จนจบ
สิ่งที่โดดเด่นคือทั้งสามประตูของเจ้าบ้านมาจากลูกตั้งเตะ (เซ็ตพีซ) ทั้งหมด ซึ่ง อิราโอล่า ยอมรับหลังเกมว่าเป็น "ประตูราคาถูก ประตูที่ยุ่งเหยิง" และบอกว่าบรรยากาศในสนามทำให้แทบสื่อสารกันไม่ได้ รวมถึงการสื่อสารระหว่างกักโปกับอลิสซอนในจังหวะประตูที่สอง ตามรายงานของ BBC Sport ความพ่ายแพ้นัดนี้ยังเป็นครั้งที่ลิเวอร์พูลขึ้นนำช้าที่สุดในเกมยุโรปรายการใหญ่แล้วกลับแพ้
ผลต่อตารางคะแนน
เฟเนร์บาห์เช่ขยับขึ้นไปมี 5 คะแนนจาก 4 นัดในรอบลีก ขณะที่ลิเวอร์พูลเสียแต้มเป็นครั้งแรกในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ หลังชนะรวดสามนัดแรก ยังคงอยู่ในกลุ่มที่มีลุ้นเข้ารอบต่อไป แต่สถิติที่สมบูรณ์แบบได้จบลงแล้ว
นอกจากนี้ลิเวอร์พูลยังแพ้สองเกมติด ต่อจากการพ่ายอาร์เซนอลในพรีเมียร์ลีกเมื่อวันอาทิตย์ และเป็นครั้งแรกที่เสียสามประตูในเกมยุโรปสามนัดติดต่อกัน
ก้าวต่อไปของทั้งสองทีม
สำหรับลิเวอร์พูล งานเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาการป้องกันลูกตั้งเตะ แง่บวกคือฟอร์มของ นีโอนี่ ที่กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดของสโมสรที่ทำประตูแรกในแชมเปียนส์ลีก และเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยเป็นอันดับสองของสโมสรในรายการนี้ รองจาก เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ส่วนเฟเนร์บาห์เช่ แม้จะได้ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ แต่ยังไม่เคยเก็บคลีนชีตได้เลยในหกเกมแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ (รวมรอบเพลย์ออฟ) ซึ่งเป็นโจทย์ที่ เดิร์ก เคาท์ ต้องแก้ก่อนเกมถัดไป
ติดตามโปรแกรมและผลการแข่งขันนัดต่อไปของทั้งสองทีมได้ที่ GoGoalHub
ดูรายละเอียดและสถิติของเกมนี้ได้ที่หน้าแมตช์ เฟเนร์บาห์เช่ vs ลิเวอร์พูล
แหล่งข้อมูล