494 นัด 212 ประตู: ตัวเลขที่ Antoine Griezmann ฝากไว้ให้ดูต่างหน้า
ในขณะที่ค่ำคืนยุโรปอันแสนระทึกขวัญกำลังคืบคลานเข้ามา เมื่อ Atletico Madrid เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ Arsenal ในศึก Champions League รอบรองชนะเลิศนัดแรก สปอร์ตไลท์ทุกดวงกลับไม่ได้ส่องไปที่ถ้วยรางวัล แต่ดันไปจับจ้องที่ Antoine Griezmann กองหน้าหน้าหยกที่กำลังจะปิดฉากชีวิตในถิ่นตราหมีหลังจบฤดูกาลนี้
บรรยากาศมันเริ่มมาคุตั้งแต่ตอนที่ Diego Simeone นั่งเคียงข้าง Griezmann ในห้องแถลงข่าวก่อนเกมเจอ Barcelona ในรอบที่แล้ว ซึ่ง 'เอล โชโล่' ดันทำสิ่งที่ชาวโลกไม่ค่อยได้เห็นในวงการฟุตบอลเท่าไหร่ นั่นคือการโชว์ความอ่อนโยนแบบผิดหูผิดตา
ก่อนที่นักข่าวจะทันได้ง้างปากถาม Diego Simeone ก็ชิงเปิดไมค์ร่ายยาวสดุดีกองหน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้ที่กำลังจะโบกมือลาทีมไปซบ Orlando City ในช่วงซัมเมอร์ "ผมอยากขอบคุณสำหรับความทุ่มเทและความอ่อนน้อมถ่อมตัวของคุณ" กุนซือชาวอาร์เจนไตน์กล่าวจน Griezmann ถึงกับหน้าเหวอไปไม่เป็น "คุณคือคนที่น่าเลื่อมใสในสังคมที่คนรุ่นใหม่ต้องการต้นแบบอย่างคุณ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่คุณมอบให้เรา และทุกอย่างที่คุณจะยังมอบให้หลังจากนี้"
เกือบได้เป็น 'เด็กปืน' แต่โดนแกงจนเข็ด
รู้หรือไม่ว่าถ้าตามใจทีมจาก Major League Soccer ป่านนี้ Griezmann คงไปนั่งกินเบอร์เกอร์อยู่ที่อเมริกาแล้ว แต่เจ้าตัวดันขออยู่ต่อจนจบฤดูกาลเพื่อบอกลาแฟนบอลให้สมเกียรติที่ลงเล่นไปเกือบ 500 นัด
แต่เส้นทางอาชีพของเขาอาจจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถ้า Arsenal ไม่ทำตัวเป็น 'แกงหม้อใหญ่' ใส่เขาเมื่อปี 2013 สมัยที่เขายังอยู่กับ Real Sociedad เขาเคยเขียนเล่าในอัตชีวประวัติว่า Arsene Wenger เคยมาจีบจนเขาตั้งตารอ "ผมรอแล้วรอเล่า จนกระทั่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนตลาดปิด พวกเขาบอกว่า Arsenal จะไม่ขยับตัวแล้ว ผมไม่ชอบให้ใครมาให้ความหวังแล้วไม่ทำตามที่พูด" ดังนั้นพอเอเยนต์มาบอกว่าทีมปืนโตสนใจอีกครั้งในภายหลัง พี่กรีซของเราเลยตอบไปสั้นๆ ว่า "ลืมไปได้เลย หลังจากที่พวกแกทำแสบไว้ขนาดนั้น"
สุดท้ายเขาก็เลือกมาซบ Atletico Madrid ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโรในปี 2014 และที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของสโมสร
มรดกที่มากกว่าถ้วยรางวัล
สำหรับแฟนบอล Atletico Madrid แล้ว Griezmann ไม่ใช่แค่คนยิงประตู แต่เขาคือ 'ร่างทรง' ของสโมสร แม้จะเคยนอกใจไปอยู่กับ Barcelona อยู่ 2 ปี แต่การกลับมาขอโทษและพิสูจน์ตัวเองด้วยการวิ่งลืมตายก็ทำให้เขากลายเป็นที่รักยิ่งกว่าเดิม
เขาคือผู้เล่นในอุดมคติของ Diego Simeone อย่างแท้จริง — ขยันเป็นบ้าเป็นหลัง ทุ่มเทสุดตัว และยอมลดอีโก้ระดับแชมป์โลกมาช่วยเกมรับ ซึ่งหาได้ยากยิ่งในนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ แม้ตู้โชว์ที่บ้านจะมีแค่ถ้วย Spanish Super Cup, Europa League และ Uefa Super Cup แต่มรดกที่เขาทิ้งไว้คือการเป็นไอคอนที่รวมเอา 'คุณภาพ' และ 'ความพยายาม' เข้าไว้ด้วยกัน
'แผลเป็น' ที่รอการรักษา
แม้จะเพิ่งอกหักแพ้จุดโทษในนัดชิง Copa del Rey ให้กับทีมเก่าอย่าง Real Sociedad แต่ Griezmann ก็ยังหวังจะจบสวยๆ ในถ้วยบิ๊กเอียร์ หลังจากที่ Atletico Madrid เคยเข้าชิงมาแล้ว 3 ครั้ง (1974, 2014, 2016) แต่แห้วหมด
"มันจะช่วยรักษาแผลเป็นที่ลึกมาก ทางเดียวที่จะเอาชนะมันได้คือต้องคว้าแชมป์ในปีนี้" เขากล่าวไว้ ซึ่งบังเอิญเหลือเกินที่คู่แข่งอย่าง Arsenal ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสถ้วยนี้เหมือนกัน
สุดท้ายแล้ว บทเรียนสุดท้ายใน Champions League ของ Griezmann จะจบลงที่รอบรองชนะเลิศ หรือจะลากยาวไปถึงนัดชิงที่ Budapest? งานนี้แฟนบอลตราหมีคงต้องลุ้นกันจนตัวโก่ง!