เส้นทางสู่ทองคำที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ (แต่โรยด้วยไส้กรอกเยอรมัน)
ต่อให้ Bayern Munich จะผูกขาดความยิ่งใหญ่ในบ้านตัวเองมานานแค่ไหน แต่ทางลัดไปสู่รางวัล Ballon d’Or มักจะต้องผ่านสปอร์ตไลท์ดวงที่ใหญ่กว่าและสว่างกว่าเสมอ สำหรับ Harry Kane สมการนี้ดูเหมือนจะง่ายในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัตินั้นยากระดับสอบเข้าเตรียมอุดมฯ นั่นคือการผสมผสานระหว่าง 'สถิติส่วนตัวแบบถล่มทลาย' กับ 'ความสำเร็จของทีมที่ปฏิเสธไม่ได้' โดยเฉพาะในเวทียุโรป
1. ตัวเลขต้องหลุดโลก (ซึ่งตอนนี้เขาก็ทำอยู่!)
ขั้นแรก สถิติมันต้องดูแล้วร้อง 'โอ้โห' ซึ่ง Harry Kane ก็จัดให้ด้วยผลงาน 51 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จาก 46 นัดในทุกรายการฤดูกาลนี้ เขาคือหนึ่งในกองหน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกไปแล้ว แต่แคมเปญ Ballon d’Or มันต้องการความต่างที่มากกว่านั้น มันไม่ใช่แค่การยิงประตู แต่มันคือการเป็น 'หัวใจหลัก' ของทุกอย่างที่ Bayern Munich ทำในเกมรุก ผู้ลงคะแนนมักจะชอบนักเตะที่ให้ความรู้สึกว่า 'ยังไงมันก็ต้องยิง' และ Harry Kane ต้องรักษาความขลังนี้ไว้ให้ได้ทุกนัดจนจบซีซั่น
2. ถ้วยรางวัลคือของต้องมี (No Silverware, No Glory)
อย่างที่สอง การได้แชมป์ Bundesliga อย่างเดียวอาจจะยังไม่พอจะทำให้กรรมการสะดุ้ง ตัวแปรสำคัญจริงๆ คือ Champions League ถ้า Harry Kane พาทีมเสือใต้ไปถึงฝั่งฝันได้ โดยเฉพาะการโชว์ฟอร์มเทพในรอบน็อคเอาท์ โอกาสของเขาก็จะพุ่งพรวดทันที 'โมเมนต์ประวัติศาสตร์' คือสิ่งสำคัญครับ ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงนาทีสุดท้าย หรือการถล่มทีมยักษ์ใหญ่ให้ยับเยิน เพราะภาพจำเหล่านี้แหละที่จะติดตาคนโหวต








