แสงโพล้เพล้เหนือ Turin และพันธสัญญาเลือดของ Locatelli
แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ Turin วันนี้ช่างดูหม่นเศร้าและหนักอึ้ง ราวกับแผ่นคอนกรีตเย็นเยียบของ Allianz Stadium ที่แบกรับความคาดหวังของเมืองอุตสาหกรรมแห่งนี้ไว้บนบ่า ก่อนที่เสียงนกหวีดแรกจะดังขึ้น Manuel Locatelli กัปตันทีมผู้มีแววตาเหนื่อยล้าแต่ทว่ามั่นคง ได้ออกมาประกาศการต่อสัญญาที่จะผูกมัดเขาไว้กับสโมสรแห่งนี้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2030
มิดฟิลด์วัย 28 ปีผู้นี้ ก้าวข้ามขีดจำกัดทางร่างกายและจิตใจในฤดูกาลปัจจุบัน เขากลายเป็นฟันเฟืองหลักในเครื่องจักรของทีมทั้งในและนอกสนาม กลิ่นเหงื่อและคราบน้ำมันบนเสื้อแข่งของเขาคือข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเท ซึ่งได้รับการตอบแทนด้วยสัญญาฉบับใหม่ที่ยกระดับฐานะของเขาขึ้นไปอีกขั้น
บทสนทนาในห้องแถลงข่าว: ถ้อยคำจากใจชายผู้แบกรับความกดดัน
ก่อนเกมการปะทะกับ Bologna ในวันอาทิตย์ Locatelli ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อแทนที่เจ้านายของเขาอย่าง Luciano Spalletti บรรยากาศในห้องนั้นเงียบงันราวกับฉากในฟิล์มนัวร์ ก่อนที่เขาจะเริ่มระบายความรู้สึกออกมา
(เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มองไปที่ไมโครโฟนราวกับมันเป็นวัตถุแปลกปลอม) "ตอนที่ผมรู้ว่าต้องมานั่งตรงนี้ ผมถามตัวเองว่าจะอธิบายความรู้สึกนี้ออกมาได้อย่างไร... การต่อสัญญากับ Juventus การเป็นกัปตันทีม... มันยากเกินกว่าจะกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร" Locatelli กล่าวผ่านสื่อ TuttoJuve
"คำตอบของผมคือสิ่งที่ผมจะบอกกับเด็กทุกคนที่มาดู Juventus ในวันพรุ่งนี้: 'เธอเชียร์ Juve มาตั้งแต่เด็กใช่ไหม? เธออยากเป็นกัปตันทีมและทุ่มเทชีวิตให้โปรเจกต์แบบนี้ไหม?' นั่นแหละคือคำตอบของผม บางครั้งเราต้องใช้ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก แต่ในวินาทีนี้ ผมรู้สึกถึงความเชื่อใจจากแฟนบอลและสโมสร มันคือความฝันที่กลายเป็นความรับผิดชอบอันมหาศาล"
มาตราส่วนเวลาที่บิดเบี้ยว: หนึ่งปีที่ Juve เท่ากับเจ็ดปีในโลกความจริง
Locatelli ย้ายมายัง Juventus ในฤดูร้อนปี 2021 หากเขาอยู่จนครบสัญญา เขาจะใช้เวลาที่นี่นานถึง 9 ปี ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก เขาเปรียบเทียบความเหนื่อยล้าทางจิตใจไว้อย่างน่าสนใจ
"ผมมักจะล้อเล่นกับเพื่อนร่วมทีมเสมอว่า หนึ่งปีที่ Juve เท่ากับเจ็ดปีที่อื่น เพราะแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน" เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความขมขื่น "การอยู่ที่นี่ 9 ปีคงเป็นเรื่องสวยงาม แต่การมองไปไกลเกินไปไม่มีประโยชน์ สิ่งสำคัญคือหยดเหงื่อที่ร่วงหล่นบนผืนหญ้าในตอนนี้ เราสร้างกลุ่มที่แข็งแกร่งขึ้นมา และผมภูมิใจที่ได้ยืนอยู่ตรงนี้"
อดีตแข้ง Milan และ Sassuolo ผู้นี้เคยผ่านมรสุมคำวิจารณ์ เสียงโห่ฮาจากอัฒจันทร์ที่ดังก้องราวกับเสียงเครื่องจักรโรงงานที่ผิดปกติ แต่เขาเลือกที่จะไม่หันหลังหนี "สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมเรียนรู้จากที่นี่คือ การตอบโต้ (Reaction) ผมเคยถูกโห่ ผมเคยถูกวิจารณ์ยับเยิน แต่ผมยังอยู่ที่นี่เสมอ พร้อมที่จะตั้งคำถามกับตัวเองและทุ่มเททุกอย่าง นั่นคือรากฐานของการเล่นในระดับนี้"
รอยร้าวที่ประสาน: Locatelli และ Luciano Spalletti
ย้อนกลับไปในฤดูร้อนปี 2024 Luciano Spalletti เคยตัดชื่อเขาออกจากทัพ Euro 2024 ซึ่งน่าจะเป็นชนวนเหตุของความบาดหมาง ทว่าในการร่วมงานกันที่ Juventus ฤดูกาลนี้ ทั้งคู่กลับสร้างพันธะที่แน่นแฟ้นขึ้นมาใหม่
"กับ Spalletti ตอนอยู่ในทีมชาติเรายังไม่รู้จักกันดีนัก แต่เมื่อเขาเข้ามาในโลกของ Juventus เขาพูดกับผมตรงๆ เขารู้ว่าผมสำคัญต่อทีมนี้แค่ไหน และสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือเขาให้ความมั่นใจกับผมตั้งแต่วันแรก"
เขายังทิ้งท้ายถึงความเจ็บปวดจากการที่ทีมชาติอิตาลีพลาดตั๋ว World Cup ว่า "โค้ชเข้าใจความรู้สึกของเราดี เขาพยายามปลอบโยนพวกเราชาวอิตาลีในทีม แต่ในโลกของฟุตบอล คุณต้องมองไปที่เกมถัดไป ตอนนี้เป้าหมายเดียวของเราคือการพา Juventus กลับไปสู่ Champions League ให้ได้"