ศึกตัดสินแชมป์ที่ Etihad Stadium: เมื่อเรือใบสีฟ้าเริ่มติดเครื่อง
Manchester City เปิดบ้านเอาชนะ Arsenal ไปแบบสุดมันส์ 2-1 ในเกมที่ Pep Guardiola น่าจะยิ้มแก้มปริ เพราะชัยชนะนัดนี้คือการเปิดประตูสู่แชมป์ Premier League แบบกว้างขวางสุดๆ
เริ่มเกมมาไม่ทันไร Rayan Cherki ก็โชว์ความขลัง ลากเลื้อยเข้าไปซัดประตูให้เจ้าบ้านนำก่อนอย่างไว แต่ก็นะ... ฟุตบอลมันมีบทตลกเสมอ เมื่อ Gianluigi Donnarumma ดันโชว์เหวอ เตะบอลไปอัด Kai Havertz กระดอนเข้าประตูตัวเองไปเฉยเลย แจกโชคให้ Arsenal ตีเสมอแบบงงๆ ทั้งสนาม
ครึ่งหลัง Manchester City บุกแหลกเหมือนโกรธใครมา จนกระทั่ง Erling Haaland มาทำหน้าที่เพชฌฆาต สังหารประตูชัยให้ทีมได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านั้น Donnarumma เพิ่งจะแก้ตัวด้วยการเซฟลูกยิงของ Havertz ในจังหวะสวนกลับมาได้
ช่วงท้ายเกม Arsenal พยายามฮึดสู้หวังแต้มกลับบ้าน Gabriel โหม่งไปชนเสาเต็มๆ แถม Havertz ยังมีโอกาสทองแต่ดันโหม่งข้ามคานไปอีก จบเกม Manchester City เก็บเพิ่มเป็น 67 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง Arsenal อยู่ 3 แต้ม แต่ประเด็นคือพวกเขายังมีเกมในมือที่จะเจอกับ Burnley วันพุธนี้ ถ้าชนะได้ก็จะแซงขึ้นจ่าฝูงทันทีโดยเหลืออีกแค่ 5 นัดสุดท้าย!
สรุปผลคะแนน: Manchester City 2-1 Arsenal
ผู้ทำประตู: Cherki 16', Haaland 65'; Havertz 18'
เจาะลึกเหตุการณ์สำคัญ: ดราม่า เสา และลูกโหม่งที่หายไป
- Gabriel สติหลุด: Gabriel ไปฟาวล์ใส่ Haaland แล้วดันมีลูกฮึดฮัดเอาหัวไปโขกกัน กรรมการแจกเหลืองคู่ไปตามระเบียบ แต่บอกเลยว่า Gabriel โชคดีมากที่ไม่โดนใบแดง
- เสาช่วยชีวิต: Eberechi Eze เกือบทำแสบให้ทีมเก่า (เอ้ย ทีมเยือน) เมื่อซัดลูกเลียดผ่านมือ Donnarumma ไปแล้วแต่ดันไปฟาดเสาเต็มๆ
- Haaland ผู้ไม่พลาดซ้ำสอง: หลังจากต้นครึ่งหลังยิงไปชนเสาจนเจ้าตัวทำหน้าเซ็ง ในที่สุดเขาก็มาซ่อมได้สำเร็จจากจังหวะที่ Doku ปั้นเกมมาให้
วิเคราะห์หลังเกมสไตล์รัตนา
เกมนี้คือ 45 นาทีแรกที่เดือดปุดๆ Cherki คือเดอะแบกในแนวรุกที่แท้จริง ส่วนลูกที่ Arsenal ได้คืนมาน่ะเหรอ? ต้องขอบคุณความใจดี (หรือความมึน) ของ Donnarumma ที่ใช้เวลาคิดนานไปหน่อยตอนเตะเปิดเกมจนโดน Havertz บล็อกเข้าประตูไป
ฝั่ง Arsenal ของ Mikel Arteta ดูจะเริ่มออกอาการล้าอย่างเห็นได้ชัด การขาด Bukayo Saka และ Martin Odegaard ทำให้มิติการรุกหายไปเยอะ แถมดวงยังกุดโหม่งชนเสาโหม่งข้ามคานไปหมด ในขณะที่ Manchester City มักจะมาในโหมด "ร่างทอง" ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมเสมอ เหมือนพวกเขารู้ว่าต้องเร่งเครื่องตอนไหนถึงจะได้แชมป์
"ถ้าฟุตบอลคือการวิ่งมาราธอน ตอนนี้ Manchester City กำลังสับตีนแตกแซงทางโค้งสุดท้าย ส่วน Arsenal เหมือนคนกำลังตะคริวกินขาครับท่านผู้ชม!"