บทลงโทษ Manchester City กรณีถูกตัดสินว่ามีความผิดส่วนใหญ่จากข้อหาละเมิดกฎการเงิน 115 ข้อ มีแนวโน้มเป็นการตัดแต้ม ปรับเงิน หรือขับพ้นลีก มากกว่าการริบแชมป์ย้อนหลัง
รายงานจากสื่ออังกฤษระบุว่า สโมสรสมาชิกและฝ่ายบริหารของ Premier League แทบไม่มีความต้องการริบแชมป์ของทัพเรือใบสีฟ้า Manchester City คืนแต่อย่างใด แม้แฟนบอลทีมคู่แข่งจะส่งเสียงเรียกร้องอย่างหนักก็ตาม คณะกรรมการวินัยอิสระจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดในขั้นตอน sanction hearing อย่างเป็นทางการ
บทลงโทษ Manchester City มีโอกาสริบถ้วยรางวัลหรือไม่
คณะกรรมการอิสระมีอำนาจสั่งลงโทษตามความเหมาะสม ซึ่งรวมถึงการตัดคะแนนย้อนหลังหรือเพิกถอนแชมป์ได้ตามกฎระเบียบ กฎของ Premier League ไม่ได้ระบุถึงการริบแชมป์ไว้อย่างชัดเจน แต่ให้อำนาจองค์กรวินัยตัดสินใจอย่างอิสระ
หากมีการลงโทษย้อนหลัง สโมสรอาจสูญเสียโทรฟี 8 รายการที่คว้ามาได้ระหว่างปี 2009 ถึง 2018 ในช่วงเวลาที่ถูกระบุว่าทำผิดกฎการเงิน ยุคสมัยแห่งความสำเร็จนับตั้งแต่ Sheikh Mansour และกลุ่มทุน Abu Dhabi United Group เข้าเทกโอเวอร์เมื่อปี 2008 กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ทีมใดได้ประโยชน์หากพรีเมียร์ลีกจัดสรรแชมป์ใหม่
การจัดสรรถ้วยรางวัลใหม่จะทำให้ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของสโมสรที่จบอันดับรองชนะเลิศในฤดูกาลเหล่านั้นทันที Manchester United ภายใต้การคุมทีมของ Sir Alex Ferguson (2011-12) และ Jose Mourinho (2017-18) จะได้แชมป์ Premier League ทั้งสองฤดูกาล ขณะที่ Liverpool ของ Brendan Rodgers จะได้รับแชมป์ฤดูกาล 2013-14
ถ้วยรางวัลฟุตบอลถ้วยจะเปลี่ยนมือเช่นกัน Stoke City ของ Tony Pulis จะได้แชมป์ FA Cup ฤดูกาล 2010-11 ส่วนในรายการ EFL Cup แชมป์จะถูกส่งต่อให้ Sunderland ของ Gus Poyet ในฤดูกาล 2013-14 รวมถึง Liverpool ยุค Jurgen Klopp ในฤดูกาล 2015-16 และ Arsenal ภายใต้การคุมทัพของ Arsene Wenger ในฤดูกาล 2017-18 ปิดท้ายด้วย Chelsea ของ Roberto Di Matteo ในรายการ Community Shield 2012-13 โดยกุนซือแมนฯ ซิตี้ ในยุคดังกล่าวอย่าง Roberto Mancini, Manuel Pellegrini และ Pep Guardiola ต่างพาทีมคว้าความสำเร็จเหล่านี้มาได้
Jose Mourinho เคยกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า "I think we still have a chance to win that league… and then they have to pay me the bonus and give me the medal."
คดีของ Chelsea และผลกระทบต่อประวัติศาสตร์ลูกหนัง
การลงโทษย้อนหลังอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังสโมสร Chelsea ซึ่งเคยถูกตรวจสอบเรื่องการจ่ายเงินลับให้เอเยนต์นักเตะระหว่างปี 2011 ถึง 2018 ในยุคที่ Roman Abramovich เป็นเจ้าของทีม เสียงวิจารณ์ชี้ว่าการแก้ประวัติศาสตร์ย้อนหลังอาจสร้างความเสื่อมเสียต่อสถานะและมูลค่าเชิงพาณิชย์ของลีกสูงสุดอังกฤษที่บริหารโดย Richard Masters ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก
วงการกีฬาเคยมีบทลงโทษในลักษณะนี้มาแล้ว เช่น กรณี Juventus โดนริบแชมป์ Serie A ปี 2005 และ 2006 จากคดี Calciopoli และยกแชมป์ให้ Inter Milan หรือกรณี Lance Armstrong ถูกเพิกถอนตำแหน่งแชมป์ Tour de France ทั้งเจ็ดสมัย Rodri ได้ออกมาแสดงความเห็นปกป้องความสำเร็จของทีมว่า "What we did, they cannot take out of us. It's something that is not paid by money. It's paid with effort, with the damage, with, you know, being shoulder to shoulder every day. I can tell you that everything was deserved, and I'm glad that I could live one of the best eras of English football in here."
รายงานต้นทางระบุผ่านข้อมูลของ bbc.co.uk
ทนายความรายหนึ่งให้ความเห็นถึงความเสียหายทางการเงินว่า "The question isn't whether the clubs can take legal action... it's: Where does the line of people who have a case actually end? The clubs who didn't win/qualify/stay up; the players who didn't get bonuses, contract extensions; the staff who missed out on bonuses; the agents who didn't get their uplift on their player deals... It's endless and potentially so destructive to the whole ecosystem."