สังคายนาแผงกลาง! ภารกิจชี้เป็นชี้ตายของ Manchester United ก่อนตลาดหน้าร้อนเปิด
สัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนเป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่า Manchester United ตอนนี้ยืนอยู่จุดไหน ผลการแข่งขันที่แพ้ Leeds United 2-1 แล้วกลับมาชนะ Chelsea 1-0 มันไม่ใช่แค่เรื่องของสามแต้ม แต่มันคือการตอกย้ำความจริงที่ว่า แดนกลางของทีมขาดทั้งความลึกและความสมดุล จนตอนนี้แทบจะเอาไม่อยู่แล้ว ตามรายงานจาก The Telegraph
เรื่องนี้ไม่ใช่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่อะไรหรอกค่ะ แต่มันชัดเจนจนไม่ต้องใช้แว่นขยายส่อง วันไหนที่ Kobbie Mainoo ไม่อยู่ในเกมเจอ Leeds United ระบบทีมก็เป๋เหมือนคนเมา แต่พอเขากลับมาลงสนามที่ Stamford Bridge ความนิ่งและการคุมเกมก็กลับมาทันที ความต่างระดับฟ้ากับเหวนี่แหละที่บอกว่าทำไมซัมเมอร์นี้ถึงสำคัญระดับคอขาดบาดตาย
เมื่อแดนกลางเปราะบาง... ความพินาศก็มาเยือน
ยุคของ Michael Carrick อาจจะเน้นความเสถียรในแดนกลางเป็นหลัก แต่ระบบของเขาก็เริ่มโชว์รอยร้าวให้เห็น เกมที่แพ้ Leeds United คือตัวอย่างชั้นดี เพราะเป็นนัดเดียวที่เขาไม่ได้จับคู่ Kobbie Mainoo กับ Casemiro ผลคือแพ้เป็นนัดที่สองจาก 12 เกม ซึ่งมันฟ้องทุกอย่างในตัวมันเองอยู่แล้ว
พอไม่มีพาร์ทเนอร์คู่นี้ Manchester United ก็ดูเหมือนคนละทิศละทาง Manuel Ugarte พยายามจะโชว์พาวแต่ก็เอาไม่อยู่ ส่วน Casemiro ก็โดนทิ้งให้โดดเดี่ยวจนเกมสวนกลับกลายเป็นความโกลาหล นี่ไม่ใช่แค่ฟอร์มตกธรรมดานะคะ แต่มันคือการโชว์ให้เห็นว่าถ้าพลาดนิดเดียวคือพังพินาศทันที
ในทางกลับกัน เกมที่เฉือนชนะ Chelsea 1-0 แสดงให้เห็นถึงความสุขุม การมีอยู่ของ Kobbie Mainoo ช่วยให้ทีมกำหนดจังหวะเกมได้ดีขึ้น แม้ว่าแนวรับจะพิการเพราะเซนเตอร์แบ็กเจ็บไป 4 จาก 5 คน แต่แผงกลางก็ยังประคองตัวจนรอดมาได้ ความย้อนแย้งนี้แหละที่ทำให้สโมสรต้องตื่นตัวเสียทีว่าการเสริมทัพไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่มันคือทางรอด!
กลยุทธ์ใหม่: เลิกสุ่มเสี่ยง แล้วเน้น 'ความเข้าขา'
ที่ผ่านมา การซื้อตัวแดนกลางของ Manchester United เหมือนการ "ปาดินเหนียวใส่กำแพง" อันไหนติดก็เอาอันนั้น (ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ติด!) แต่ภายใต้การนำของ Jason Wilcox และ Christopher Vivell พวกเขาเริ่มมีสมอง เอ้ย! มีแผนการที่ชัดเจนขึ้น โดยเน้นไปที่การสร้างกลุ่มผู้เล่นที่ส่งเสริมกัน ไม่ใช่แค่สะสมของเล่นราคาแพงแต่เล่นด้วยกันไม่ได้
ในเมื่อ Casemiro มีแววว่าจะโบกมือลา และ Kobbie Mainoo กำลังจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่ ทีมต้องการมิดฟิลด์เพิ่มอย่างน้อย 2 คน และถ้า Manuel Ugarte ย้ายออกอีกคน งานนี้อาจต้องจัดหนักถึง 3 โจทย์ยากคือจะหาคนที่ใช่ในงบประมาณที่จำกัดได้ยังไง?
เปิดโผเป้าหมาย: ใครคือจิ๊กซอว์ที่ใช่?
กรณีของ Adam Wharton นี่น่าสนใจค่ะ การจ่ายบอลของเขามันช่างเย้ายวนใจ แต่ดันมีคนกังวลว่าสไตล์เขาเหมือน Kobbie Mainoo เกินไปจนอาจจะทับไลน์กันในระบบ 4-2-3-1 ซึ่งนั่นไม่ได้แปลว่าเขาจะหลุดโผนะ แค่ต้องคิดใหม่ว่าจะเอามาวางตรงไหนให้ไม่ชนกันเอง
สายตาเลยเริ่มเบนไปหาพวกสายลุยที่วิ่งสู้ฟัดอย่าง Elliot Anderson จาก Nottingham Forest ที่มีทั้งความสดและพลังงาน แต่ติดตรงค่าตัวที่อาจพุ่งไปถึง 100 ล้านปอนด์ แถมยังมี Manchester City มายืนจ้องตาเป็นมันอยู่อีก
ส่วน Aurélien Tchouaméni คือโอกาสที่ต่างออกไป ในวัย 26 ปีเขากำลังพีคสุดๆ กับ Real Madrid แต่ถ้า Florentino Pérez เกิดบ้าจี้อยากได้ Rodri ขึ้นมาจริงๆ ประตูของ Manchester United ก็อาจจะเปิดแง้มๆ ให้พอมีลุ้น แม้ว่ามันจะต้องอาศัยปาฏิหาริย์หลายอย่างมาบรรจบกันก็เถอะ
ตัวเลือกสำรองและเครือข่ายแมวมอง
- Sandro Tonali: โปรไฟล์ตรงสเปกเป๊ะ แต่ค่าตัวอาจทะลุ 80 ล้านปอนด์
- Carlos Baleba: แข้งจาก Brighton ที่เล็งมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
- Mateus Fernandes และ João Gomes: ตัวเลือกที่ราคาน่าจะแกว่งตามสถานการณ์
- Alex Scott: ดาวรุ่งจาก Bournemouth ที่ฟอร์มเข้าตาจนติดโผ
สรุปสั้นๆ คือตอนนี้มี "ตัวแปร" เยอะมาก ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การเติมจำนวนคน แต่คือการสร้างหน่วยรบที่พร้อมลุยทั้งใน Champions League และ Premier League โดยไม่ต้องภาวนาให้ตัวหลักไม่เจ็บไม่ตาย
มุมมองจากรัตนา: จะรุ่งหรือจะร่วง?
ในฐานะแฟนบอล (ที่ทำใจไว้บ้างแล้ว) การเห็นกลยุทธ์ที่เป็นระบบมากขึ้นถือเป็นเรื่องน่ายินดี การปั้นทีมรอบตัว Kobbie Mainoo เป็นเรื่องที่ฉลาด แต่การฝากความหวังไว้กับเด็กคนเดียวมันก็เสี่ยงเกินไป แฟนๆ อยากเห็นรุ่นพี่เก๋าๆ มาช่วยประคองมากกว่า
การเสีย Casemiro ไปอาจจะทำให้ขาดผู้นำในห้องแต่งตัว และการหาคนมาแทนที่ทั้งรับและรุกในคนเดียวมันไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนสั่งฟาสต์ฟู้ด แถมราคา 100 ล้านปอนด์ของแข้งบางคนก็ชวนให้กุมขมับ ว่าเราจะจ่ายแพงเกินจริงอีกหรือเปล่า?
ถ้าซัมเมอร์นี้ Manchester United ทำสำเร็จ แดนกลางจะกลายเป็นจุดแข็งที่สุด แต่ถ้าพลาด... เตรียมตัวฟังบทวิเคราะห์เดิมๆ ในฤดูกาลหน้าได้เลยค่ะพี่น้อง!