ปฐมบทแห่งความชื้นแฉะและการรุกรานจากแคว้นบาวาเรีย
หยาดน้ำค้างที่เกาะพราวบนผืนหญ้าของ Santiago Bernabéu ในค่ำคืนนี้ให้สัมผัสที่ crisp และมีความเป็นกรดจางๆ คล้ายคลึงกับ Riesling ชั้นเลิศจากลุ่มแม่น้ำไรน์ มันเป็นพื้นผิวที่ลื่นไหลเอื้อต่อการเคลื่อนพลทางยุทธศาสตร์ของอาคันตุกะผู้มาเยือนจากเยอรมนี ในขณะที่โครงสร้างสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าของสนามกีฬาพยายามโอบอุ้มประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรเอาไว้ ทว่าในนาทีที่ 41 รอยร้าวแรกก็ปรากฏขึ้นเมื่อ Luis Díaz จารึกชื่อลงบนกระดานคะแนน ส่งให้ Bayern Munich ทะยานออกนำไปก่อน
ความเงียบงันในวินาทีที่ศูนย์ และการตอบโต้ของหมายเลข 9
เพียง 20 วินาทีหลังจากการเริ่มต้นใหม่ในครึ่งเวลาหลัง แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางของลูกหนังที่ถูกส่งออกจากเท้าของ Harry Kane พุ่งทะยานผ่านอากาศธาตุด้วยความเร็วที่ทำให้เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง มันคือการทำประตูที่สองที่ทำให้กำแพงหินของกรุงมาดริดสั่นคลอน ทว่าท่ามกลางฝุ่นควันแห่งความปราชัยที่คืบคลานเข้ามา Kylian Mbappé ผู้สวมเสื้อหมายเลข 9 และมีช่วงขาที่ยาวไกลดั่งนักกรีฑาโอลิมปิก ก็ได้ขุดเอาความหวังขึ้นมาจากก้นบึ้งของหายนะ เขาทำประตูที่ 14 ในรายการ Champions League ฤดูกาลนี้ ทำให้สถานการณ์ที่ดูเหมือนสุสานกลับกลายเป็นเพียงบาดแผลที่ยังพอเยียวยาได้
ถ้อยแถลงจากผู้วางหมาก: การขุดค้นทางยุทธศาสตร์
Álvaro Arbeloa กุนซือผู้พยายามประคับประคองเกียรติยศของ Real Madrid กล่าวหลังจบการต่อสู้ว่า "เรายังคงมีลมหายใจ นั่นคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ" เขามองเห็นว่าช่องว่างเพียงหนึ่งประตูไม่ใช่หลุมศพ แต่เป็นเพียงระยะห่างทางประวัติศาสตร์ที่รอการถมให้เต็ม แม้ว่าก่อนหน้านี้ทีมจะเผชิญกับความบอบช้ำจากการพ่ายแพ้ต่อ Mallorca ใน LaLiga จนตามหลัง Barcelona ถึงเจ็ดช่วงตัว แต่ในค่ำคืนยุโรปเช่นนี้ กลิ่นอายของความหวังยังคงอบอวล








