ชนะเพื่อป๋า! Michael Carrick ส่งใจให้บรมกุนซือหลังเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน
Michael Carrick กุนซือขัดตาทัพหน้าหยกของ Manchester United ออกมาเปิดใจแบบหล่อๆ ว่าเขาหวังเหลือเกินว่าชัยชนะสุดระทึกเหนือ Liverpool 3-2 จะเป็นเหมือนยาชูกำลังชั้นดีให้กับ Sir Alex Ferguson หลังจากที่อดีตเจ้านายใหญ่ระดับตำนานถูกหามส่งโรงพยาบาลก่อนเกมจะเริ่มไม่นาน
ตามรายงานระบุว่า Ferguson มีคิวจะต้องมานั่งเชียร์เกม Premier League นัดหยุดโลกนี้ที่ Old Trafford ตามปกติ แต่ดันมาล้มป่วยกะทันหันก่อนเขี่ยลูกเริ่มเล่น ทำให้คุณปู่วัย 84 ปีต้องถูกส่งตัวไปอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน (คนมันเก๋า ยาดีแค่ไหนก็สู้ใจที่อยากเห็นทีมชนะไม่ได้หรอกเนอะ!)
ตำนานที่ยังมีลมหายใจ และกุนซือศิษย์เอก
ข่าวดีคือดูเหมือนว่า "ท่านเซอร์" กำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นและน่าจะกลับไปนอนดูบอลชิลๆ ที่บ้านได้ในเร็วๆ นี้ อย่าลืมว่าชายคนนี้คือคนที่พา Manchester United กวาดถ้วยรางวัลไปถึง 38 ใบตลอดเกือบ 3 ทศวรรษ ก่อนจะวางมือไปในปี 2013 ทิ้งไว้เพียงตำนานและมาตรฐานที่สูงลิบลิ่วจนกุนซือรุ่นหลังเหงื่อตก
ทางด้าน Michael Carrick เองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพราะเคยเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิที่ Ferguson ดึงตัวมาร่วมทีมในปี 2006 และตอนนี้เขาก็กำลังโชว์กึ๋นข้างสนามในจุดที่เจ้านายเก่าเคยยืน ชัยชนะเหนือ Liverpool ครั้งนี้ได้ประตูชัยช่วงท้ายเกมจาก Kobbie Mainoo ซึ่งเป็นการการันตีว่า Manchester United จะได้กลับไปวาดลวดลายใน Champions League ฤดูกาลหน้าแน่นอน
“ผมยังไม่มีอัปเดตอะไรใหม่ เลยยังไม่รู้สถานการณ์ล่าสุด แต่ผมได้ยินข่าวนี้ก่อนเริ่มเกมแล้วล่ะครับ” Carrick กล่าวถึงอาการของ Ferguson
“บอกตามตรงว่าข่าวนี้กระทบความรู้สึกผมมาก ผมหวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไรมาก ขอให้เขาสุขภาพแข็งแรง และหวังว่าผลการแข่งขันในวันนี้จะช่วยให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นนะ” (แหม... ชนะอริตลอดกาลแบบนี้ เป็นใครก็ฟื้นไข้เร็วครับป๋า!)
จากตัวสำรองสู่ตัวจริง? อนาคตที่สดใสของ Carrick
หลังจากถูกแต่งตั้งมาขัดตาทัพแทนที่ Ruben Amorim แบบชั่วคราว Carrick ก็ดันทำผลงานได้แบบ "เกินต้าน" ด้วยการพาทีมตบทั้ง Manchester City, Arsenal, Chelsea และล่าสุดคือ Liverpool จนตอนนี้แฟนๆ เริ่มตะโกนเรียกหาความสัญญาถาวรกันระงม
อย่างไรก็ตาม บอร์ดบริหารของ Manchester United ยังคงสงวนท่าทีและตั้งใจจะตัดสินใจเรื่องอนาคตของเขาอย่างเป็นทางการหลังจบฤดูกาลนี้เท่านั้น งานนี้ต้องรอดูกันว่า Carrick จะได้เปลี่ยนจาก 'ตัวแทน' เป็น 'ตัวจริง' หรือไม่!