เงาของอุตสาหกรรม และแสงไฟที่พร่าเลือน
แสงอาทิตย์ยามอัสดงที่ Old Trafford วันนี้ไม่ได้สาดส่องด้วยความหวัง แต่มันเป็นสีส้มหม่นเหมือนสนิมเหล็กที่เกาะกินโครงสร้างอัฒจันทร์เก่า แสงไฟสปอร์ตไลท์ค่อยๆ สว่างขึ้นท่ามกลางไอหมอกจางๆ ของเมืองแมนเชสเตอร์ กลิ่นน้ำมันดีเซลจากเครื่องจักรหนักในเขตรอบนอกโชยมาปะทะจมูก ผสมกับกลิ่นหญ้าชื้นแฉะที่กำลังจะถูกเหยียบย่ำ ในความสลัวรางนั้น Michael Carrick ยืนนิ่งราวกับเสาเข็มที่ตอกลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของสโมสรแห่งนี้
Michael Carrick เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าหนักแน่นว่าการนำทัพปีศาจแดงนั้น “รู้สึกเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง” หลังจากกุนซือขัดตาทัพรายนี้พา Manchester United เฉือนเอาชนะ Liverpool ไปอย่างดุเดือด 3-2 พร้อมตีตั๋วไปลุย Champions League ได้สำเร็จ
ตัวเลขในสมุดบันทึกที่เปื้อนคราบเขม่า
ชัยชนะเหนือผู้มาเยือนภายใต้การนำของ Arne Slot ทำให้สถิติของ Carrick พุ่งทะยานไปถึง 32 คะแนนจาก 14 นัด นับตั้งแต่เข้ามารับไม้ต่อจาก Ruben Amorim เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่มันคือรอยแผลเป็นแห่งชัยชนะที่ส่งให้เขากลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะได้รับสัญญาถาวร ชายวัย 44 ปีผู้นี้ขยับเนกไทเล็กน้อยเมื่อถูกถามถึงโอกาสในการก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งอย่างเต็มตัว
Carrick กล่าว (สายตาเหม่อมองไปที่อัฒจันทร์ที่ว่างเปล่าหลังจบเกม): “มันเป็นการเดินทางที่ดี เราล้มทีมที่แข็งแกร่งมาหลายทีม และมันเต็มไปด้วยความท้าทาย บางครั้งเราชนะด้วยวิธีหนึ่ง บางครั้งก็อีกวิธีหนึ่ง ผมรักในสิ่งที่ทำอยู่ มันเป็นตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับผม และถ้าให้พูดตามตรง... มันรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก”
“ผมไม่ได้พูดแบบไม่ยี่หระ เพราะนี่คืองานที่หนักหนาสาหัส แต่มันรู้สึกเหมือนผมอยู่ที่นี่มานานแสนนาน ผ่านช่วงเวลาที่ทั้งรุ่งโรจน์และตกต่ำ ผมเข้าใจดีว่าเก้าอี้ตัวนี้แบกรับอะไรไว้ และการได้นั่งอยู่ตรงนี้คือตำแหน่งที่ดี”
ความหวังที่ปลายอุโมงค์อันมืดมิด
เมื่อถูกถามว่าเขาจะผิดหวังหรือไม่หากสุดท้ายแล้วบทบาทนี้ไม่ได้เป็นของเขา Carrick ตอบสั้นๆ (ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย): “เราคงต้องรอดูกันต่อไป ตอนที่เราเข้ามา Champions League ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่อยู่ไกลลิบตา ดังนั้นการมาถึงจุดนี้ได้โดยที่เหลือการแข่งขันอีกสามนัด ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ”
ประตูชัยในนาทีที่ 77 ของ Kobbie Mainoo เกิดขึ้นหลังจากที่ Matheus Cunha และ Benjamin Sesko พา Manchester United ออกนำไปก่อน 2-0 ก่อนที่ Dominik Szoboszlai และ Cody Gakpo จะช่วยให้ Liverpool ตีเสมอได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องจนคอนกรีตใต้เท้าสั่นสะเทือน
Mainoo กล่าวถึงเจ้านายของเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธา: “ความมั่นใจที่เขามอบให้ผู้เล่นทุกคน มันทำให้คุณอยากจะเดินตามเขา สู้เพื่อเขา และยอมตายถวายหัวเพื่อเขาในสนาม”
เสียงคร่ำครวญจากผู้ปราชัย
ทางด้าน Arne Slot เชื่อว่า Sesko (ซึ่งถูกเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากปัญหาที่หน้าแข้ง) ทำแฮนด์บอลก่อนจะทำประตูได้ แม้ว่า VAR จะยืนยันว่าเป็นประตูที่ใสสะอาดก็ตาม ผู้จัดการทีม Liverpool กล่าว (น้ำเสียงแหบพร่าด้วยความเหนื่อยล้า): “ถ้ามันมีการสัมผัส ซึ่งผมคิดว่ามันใช่ เพราะถ้าคุณพอจะรู้เรื่องกีฬาที่ใช้ลูกบอลบ้าง คุณจะรู้ว่าถ้าบอลมีวิถีโค้งแบบหนึ่งแล้วจู่ๆ วิถีมันเปลี่ยน มันต้องมีการปะทะเกิดขึ้น”
“แต่ถ้ามันเป็นการสัมผัสที่เบาบาง เราก็ควรจะมาถกเถียงกันในวงการฟุตบอลว่านั่นเพียงพอที่จะริบคืนประตูหรือไม่ ผมคิดว่าฤดูกาลนี้ไม่มีใครแปลกใจหรอกว่าถ้ามีการแทรกแซงจาก VAR หรือถ้ามีจังหวะที่ออกได้ทั้งสองหน้า [50-50] คำตัดสินมักจะออกมาเป็นโทษต่อเราเสมอ”
แม้กุนซือชาวดัตช์จะไม่โทษการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินสำหรับผลการแข่งขัน แต่เขาก็ยืนยันว่า Alexander Isak ที่พลาดเกมนี้ไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บ น่าจะกลับมาลงสนามได้ก่อนปิดฤดูกาล ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายที่เริ่มตกลงมาล้างคราบเขม่าบนหลังคา Old Trafford