เมื่อความบ้าคลั่งมาเยือน: ฟุตบอลที่แท้ทรูมันต้องแบบนี้!
นานๆ ทีจะมีแมตช์ที่โผล่มาตบหน้าเราเบาๆ เพื่อเตือนสติว่าทำไมฟุตบอลถึงถูกเรียกว่า 'เกมที่สวยงาม' และชัยชนะของ Paris St-Germain เหนือ Bayern Munich ด้วยสกอร์หลุดโลก 5-4 ในศึก Champions League รอบรองชนะเลิศ นัดแรก คือคำตอบที่ใช่ที่สุด
นี่คือเกมรอบตัดเชือกที่ยิงกันเยอะที่สุดนับตั้งแต่ปี 1959-60 สมัยที่ Eintracht Frankfurt ถลุง Rangers ไป 6-3 นู่นเลยครับพี่น้อง! ลืมเรื่องแท็กติกอุดจนง่วงหรือแผนการเล่นที่คำนวณมาเป๊ะเหมือนสูตรคณิตศาสตร์ไปได้เลย เพราะนี่คือการที่สองทีมขนอาวุธหนักมาถล่มใส่กันแบบไม่กั๊ก เพื่อตั๋วไปนัดชิงที่ Budapest
ในยุคที่ลูกตั้งเตะกลายเป็นพระเจ้า การสกัดบอลสวยๆ ถูกฉลองเหมือนได้แชมป์โลก หรือแม้แต่ลูกทุ่มไกลยังอุตส่าห์คัมแบ็กกลับมาฮิต เกมนี้คือยาถอนพิษชั้นดีที่บอกเราว่า 'แค่ยิงให้มากกว่าคู่แข่ง' ก็เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จได้เหมือนกันนะจ๊ะ
ดราม่าที่ Parc des Princes: ใครไม่ดูถือว่าพลาดอย่างแรง
Bayern Munich ออกนำก่อนถึงสองครั้งในครึ่งแรกที่เล่นกันจนหอบแฮก แต่ PSG ในฐานะแชมป์เก่าก็โชว์ความเก๋า (และความโหด) รัวคืนจนนำห่างถึง 5-2 แทบจะจองตั๋วนัดชิงไปแล้วครึ่งตัว แต่ก็นะ... ขึ้นชื่อว่าทีมเยอรมัน พวกเขาไม่ยอมตายง่ายๆ ไล่จี้มาเหลือ 5-4 ทำให้เกมนัดหน้าที่ Munich สัปดาห์หน้ายังคงเดือดปุดๆ
แม้แต่ Luis Enrique กุนซือ PSG ยังเก็บอาการไม่อยู่ บอกว่า "มันสุดยอดมาก ผมว่านี่คือแมตช์ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยคุมทีมมาเลยล่ะ" แหงล่ะครับ ใครจะไม่อยากยืดเวลาชนะในเกมที่บันเทิงขนาดนี้
'นี่แหละคือวิถีแห่งฟุตบอล'
บรรยากาศเริ่มเดือดตั้งแต่ก่อนเขี่ยลูก เมื่อแฟนบอลทั้งสองฝั่งกางป้าย Tifo ยักษ์ข่มขวัญกัน PSG มาในธีม 'พิชิตยุโรป' ส่วนฝั่งผู้มาเยือนบอกให้ 'ทุ่มเททุกอย่าง' และใน 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมก็ทำตามนั้นจริงๆ
- Harry Kane ซัดจุดโทษเปิดหัว แต่โดน Khvicha Kvaratskhelia สวนคืนนิ่มๆ
- Joao Neves โหม่งเช็ดเข้าไป ก่อนที่ Michael Olise จะโชว์ความเทพเฉพาะตัวตีเสมอให้ทีม
- ดราม่าบังเกิดเมื่อ Alphonso Davies โดนจับแฮนด์บอลจากลูกเปิดของ Ousmane Dembele ซึ่งหลายคนมองว่าใจร้ายไปหน่อย แต่ Dembele สนที่ไหนล่ะ? สังหารเข้าไปให้ PSG นำ 3-2 ก่อนพักครึ่ง
Alan Shearer ตำนานดาวยิงทีมชาติอังกฤษถึงกับยิ้มไม่หุบ บอกผ่าน Amazon Prime ว่า "ผมหยุดยิ้มไม่ได้เลย เกมมันบ้าบอและเปิดหน้าแลกกันสุดๆ นี่คือหนึ่งในเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ผมเคยไปดูมากับตา"
เกมรับหายไปไหน? หรือแค่อาวุธหนักมันแรงเกินต้าน
ครึ่งหลัง PSG หนีไปเป็น 5-2 จากผลงานของ Kvaratskhelia และ Dembele เจ้าเก่า จนคนดูเริ่มคิดว่าจบเห่แล้วแน่ๆ แต่ Bayern Munich ไม่ยอมเสียหน้า ยิงคืนจาก Dayot Upamecano และ Diaz ทำเอาแฟนบอลเจ้าถิ่นเงียบกริบไปตามๆ กัน
สถิติหลังเกมบอกว่านี่คือครั้งแรกในรอบรองชนะเลิศถ้วยยุโรปที่ทั้งสองทีมยิงได้อย่างน้อยฝั่งละ 4 ลูก และเป็นครั้งแรกที่สองทีมยิงรวมกันเกิน 40 ประตูในซีซั่นเดียวของ Champions League (PSG 43, Bayern 42)
Vincent Kompany นายใหญ่ฝั่งเสือใต้ยอมรับว่า "เราโดนหนัก แต่เราก็อันตราย การเสีย 5 ลูกนอกบ้านปกติคือตกรอบไปแล้ว แต่โอกาสที่เรามีทำให้เรายังเชื่อมั่น" ในขณะที่ Wayne Rooney สวนกลับแบบเจ็บๆ ว่าที่ Harry Kane ชมแนวรับตัวเองน่ะ "ถ่อมตัวเกินไปแล้ว เกมรับทั้งสองทีมห่วยแตกสิ้นดี!"
ส่งสัญญาณถึง Arsenal และ Atletico Madrid?
ในขณะที่แฟนบอลฟินกับเกมรุกสะเด่าแบบนี้ Arsenal และ Atletico Madrid ที่จะลงเตะอีกคู่คงนั่งดูด้วยความระมัดระวัง สองทีมนี้ขึ้นชื่อเรื่องเกมรับเหนียวแน่นหนึบ และคงไม่ยอมปล่อยให้เกิดเกม 'Heavy Metal' แบบนี้แน่ๆ
Clarence Seedorf ตำนานมิดฟิลด์ให้ความเห็นว่า "ลองไปถามผู้รักษาประตูดูสิว่าแฮปปี้กับสกอร์แบบนี้ไหม ทีมอย่าง Arsenal ที่เน้นคลีนชีตอาจจะเป็นทีมที่คว้าถ้วยไปครองก็ได้ เพราะพวกเขารู้จักวิธีปิดเกม"
แต่สำหรับวันนี้ ขอกราบหัวใจทั้ง PSG และ Bayern Munich ที่ทำให้เรารู้ว่า ฟุตบอลที่ยิงกันยับๆ มันสนุกแค่ไหน!