ตำนานที่ยังมีลมหายใจ (และยังข่มขวัญคู่แข่งได้เสมอ)
ถ้าพูดถึง Manchester United ยุคทอง คงไม่มีใครลืมชายที่ชื่อ Sir Alex Ferguson บรมกุนซือชาวสกอตแลนด์ผู้เสกความสำเร็จเข้าตู้โชว์ที่ Old Trafford ตลอด 26 ปีที่ครองบัลลังก์ในโรงละครแห่งความฝัน
ยุคของป๋าไม่ได้มีดีแค่ถ้วยรางวัลที่วางเรียงกันจนล้น แต่คือความ 'นิ่ง' ระดับเทพ เพราะยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษทีมนี้ไม่เคยหลุดจากท็อป 3 ของ Premier League เลยสักครั้ง แถมป๋ายังมีสูตรลับในการปรุงทีมด้วยการจับเอาดาวรุ่งพุ่งแรงมาคลุกเคล้ากับเก๋าเกมจนกลายเป็นทีมที่ไร้เทียมทาน
ไม่แปลกใจเลยที่ Manchester United กลายเป็นทีมอังกฤษทีมแรกที่คว้า Treble แชมป์ภายใต้การกุมบังเหียนของเขา โดยกวาดแชมป์ Premier League ไปถึง 13 สมัย และ Champions League อีก 2 สมัย พร้อมถ้วยจุกจิกอื่นๆ อีกเพียบจนนับไม่หวาดไม่ไหว
งานหนักคือทางเดียวที่จะไปถึงดวงดาว
แต่ป๋าไม่ได้แค่พาทีมชนะเกมฟุตบอล เขายังเปลี่ยนชีวิตนักเตะหลายคนด้วยการตั้งมาตรฐานไว้สูงลิบลิ่ว ล่าสุด Rio Ferdinand อดีตปราการหลังตัวตึงก็ได้ออกมาแชร์มุมมองเรื่อง 'จิตวิทยาผู้ชนะ' ของป๋าเฟอร์กี้ให้เราได้ฟังกัน
ในการให้สัมภาษณ์กับ The i Paper ทางด้าน Rio Ferdinand ได้เผยคำแนะนำที่ดีที่สุดที่เขาเคยได้รับจากนายใหญ่ชาวสกอตว่า "จริงๆ มันคือประโยคแรกที่เขาพูดกับผมเลยนะ ตอนเรานั่งอยู่ในห้องทำงานของเขา มันเรียบง่ายมาก... เขาบอกให้ผม 'ทำงานหนัก'"
"ผมได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาก คนอื่นยอมแลกแขนแลกขาเพื่อให้ได้ใส่เสื้อตัวนี้ลงไปเล่นฟุตบอล และผมก็แบกความรู้สึกนั้นไว้ตลอดอาชีพการค้าแข้ง ว่าการเป็นนักฟุตบอลอาชีพคือสิทธิพิเศษที่ต้องรักษาไว้"
"พวกที่คิดว่าตัวเอง 'ถึงจุดสูงสุดแล้ว' มักจะอยู่ได้ไม่นานหรอก คุณต้องรักษาความหิวกระหายและความรู้สึกที่ว่า 'ฉันยังไม่เก่งพอ' เอาไว้เสมอ เพราะมันมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ การจะมานั่งกินบุญเก่า (rest on your laurels) คือสิ่งที่ผมทำไม่ได้ และผมไม่ยอมให้ตัวเองมีความคิดแบบนั้นเด็ดขาด" (แหม... ฟังแล้วอยากจะลุกไปวิดพื้นสัก 20 ทีเลยค่ะป๋า)
ทั้งนี้ Rio Ferdinand ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ Sir Alex Ferguson ไปถึง 432 นัด แถมยังแอบยิงไป 8 ประตู กับอีก 9 แอสซิสต์ ซึ่งหนึ่งในลูกยิงที่แฟนๆ จำติดตาคือลูกที่ซัดใส่ Liverpool เมื่อเดือนตุลาคม 2006 ก่อนที่ทั้งคู่จะโคจรมาเจอกันอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคมนี้
ภารกิจตามหา 'เงา' ของป๋าที่ยังไม่จบสิ้น
ผ่านมาสิบกว่าปีหลังจากป๋าวางมือ Manchester United ก็ยังควานหาทายาทอสูรที่คู่ควรไม่เจอเสียที แม้จะมีช่วงเวลาที่ทำให้แฟนบอลใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ 'รุ่งอรุณปลอมๆ' (false dawns) ที่จบลงด้วยความช้ำใจ
ล่าสุด Ruben Amorim เพิ่งจะโดนเด้งพ้นเก้าอี้ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังทำผลงานได้น่าอนาถใจตลอด 14 เดือน โดยตอนนี้มี Michael Carrick มารับบทกุนซือขัดตาทัพจนจบฤดูกาล ซึ่งต้องบอกว่า 'พี่ปลัด' ของเราทำผลงานได้เกินคาด เก็บชัยชนะไปได้ 9 จาก 13 นัด พาทีมรั้งอันดับ 3 ของตารางหลังผ่านไป 34 เกม
สถิติของ Michael Carrick: ฤดูกาล 2025/26
- ลงคุมทีม: 13 นัด
- ชนะ: 9 นัด
- อันดับปัจจุบัน: 3 (Premier League)
หากวันอาทิตย์นี้สามารถคว่ำคู่อริตลอดกาลอย่าง Liverpool ได้ ก็แทบจะการันตีตั๋ว Champions League ฤดูกาลหน้าทันที ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องแผนเสริมทัพช่วงซัมเมอร์แล้ว ยังอาจจะทำให้ Michael Carrick มีลุ้นเก้าอี้กุนซือถาวรแบบหล่อๆ อีกด้วย
บทสรุปจากรัตนา
ชื่อของ Sir Alex Ferguson ยังคงเป็นเหมือนยาสามัญประจำบ้านที่แฟนผีเอาไว้ปลอบใจตัวเองในวันที่ฟอร์มบู่ แต่โลกความจริงมันโหดร้ายค่ะ เพราะทีมต้องก้าวต่อไปเสียที ตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้จึงอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสโมสร... ว่าจะกลับมาผงาด หรือจะกลายเป็นทีมตลกคาเฟ่ต่อไป!