โบกมือลาเจ้าของคนเดิม! Sheffield Wednesday ได้เจ้าของใหม่สายเปย์(หรือเปล่า?) จากอเมริกา
หลังจากที่แฟนบอล Sheffield Wednesday ต้องทนกินยาพาราแก้ปวดหัวมานานกว่า 6 เดือน ในที่สุดสโมสรก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่ากลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกาอย่าง Arise Capital Partners ได้เข้ามาซื้อกิจการต่อเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่ายุคสมัยของ Dejphon Chansiri ได้รูดม่านปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ (เสียที!)
หัวเรือใหญ่ของกลุ่มนี้คือ David Storch วัย 73 ปี ผู้บริหารชาวอเมริกันที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจบริการด้านการบิน แหม... หวังว่าคราวนี้จะพาทัพนกเค้าแมวบินสูง ไม่ใช่บินลงเหวเหมือนที่ผ่านมานะจ๊ะ
EFL ใจดีไม่หักแต้มเพิ่ม แต่ยังต้อง 'รัดเข็มขัด' ต่อไป
ทางด้าน EFL ก็ออกมาคอนเฟิร์มข่าวนี้เมื่อวันเสาร์ พร้อมประกาศข่าวดี (ที่หาได้ยาก) ว่าจะไม่ลงโทษหัก 15 คะแนนจากการออกจากสภาวะควบคุมกิจการ (administration) โดยให้เหตุผลว่านี่เป็น "สถานการณ์ที่ท้าทายและซับซ้อนอย่างยิ่งสำหรับทุกฝ่าย" พูดง่ายๆ คือเห็นใจนั่นแหละจ้า
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อตกลงนี้ Sheffield Wednesday ยังต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมงบประมาณไปอีก 2 ฤดูกาลถัดไป เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการเป็นสมาชิกของ EFL แต่ข่าวดีคือพวกเขายังได้รับอนุญาตให้ช้อปปิ้งนักเตะใหม่มาเสริมทัพได้อยู่ (ถ้ามีเงินเหลือนะ!)
ทำความรู้จักบอร์ดบริหารชุดใหม่: พ่อ ลูก และกูรูฟุตบอล
นอกจากคุณพ่อ David Storch แล้ว ในกลุ่มทุนนี้ยังมี Michael ลูกชายของเขา และ Tom Costin มาร่วมเป็นสามทหารเสือ ซึ่งรายหลังนี่แหละที่ดูจะมีแต้มบุญด้านฟุตบอลมากที่สุด เพราะ Costin พกประสบการณ์มาจาก Blue Crow Sports Group ที่มีหุ้นใหญ่ในสโมสรอย่าง Leganes จากสเปน, Le Havre ในฝรั่งเศส และ Cancun FC ในเม็กซิโก เรียกได้ว่าสายบริหารทีมฟุตบอลตัวจริงเสียงจริง
เส้นตายที่บีบคั้น: แข่งกับเวลาและกฎระเบียบใหม่
กลุ่ม Arise ตั้งเดดไลน์ไว้ที่วันที่ 1 พฤษภาคม เพราะกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้อาจจะเจอโรคเลื่อนยาวๆ เนื่องจาก Independent Football Regulator (หน่วยงานกำกับดูแลฟุตบอลอิสระ) กำลังจะเข้ามาคุมกระบวนการตรวจสอบเจ้าของใหม่แทน EFL ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้
สุดท้ายงานเอกสารก็เสร็จทันเวลาในวันศุกร์ ก่อนที่สโมสรจะประกาศข่าวดีนี้ก่อนเกมปิดฤดูกาลที่สนาม Hillsborough ซึ่งตั๋วขายหมดเกลี้ยงในนัดที่เจอกับ West Bromwich Albion เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ย้อนรอยวิบากกรรม: จากติดลบสู่การตกชั้นที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
ต้องบอกว่าทัพ The Owls ตกอยู่ในสภาวะควบคุมกิจการมาตั้งแต่ 24 ตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นโดนหักไปเน้นๆ 12 แต้ม แถมยังโดนบวกเพิ่มอีก 6 แต้มจากการเบี้ยวค่าเหนื่อยนักเตะ, สตาฟฟ์, ภาษี HMRC และค่าตัวนักเตะที่ค้างสโมสรอื่นไว้
ผลกรรมนี้ทำให้ Dejphon Chansiri โดนแบนห้ามเป็นเจ้าของหรือผู้อำนวยการสโมสรใน EFL นานถึง 3 ปี แต่เอาจริงๆ นะ บทลงโทษพวกนี้แทบไม่มีผลอะไรแล้ว เพราะทีมพังไปเรียบร้อย นักเตะตัวหลักโดนขายเกลี้ยง จนสร้างสถิติโลกไม่สวยงามด้วยการเป็นทีมที่ตกชั้นเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ หลังพ่าย Sheffield United เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ทำให้ต้องระเห็จไปเล่นใน League One ทั้งที่ยังเหลือเกมให้เล่นอีกตั้ง 13 นัด!
หลังจากดีลของ James Bord เจ้าของทีม Dunfermline Athletic ล่มไปเมื่อช่วงกุมภาพันธ์ ทิ้งให้นกเค้าแมวเคว้งคว้างกลางอากาศ สุดท้าย David Storch ที่เคยพลาดหวังไปเมื่อเดือนธันวาคม ก็กลับมาเจรจากับผู้ดูแลผลประโยชน์จนปิดดีลได้สำเร็จ
เมื่อยุคของ Dejphon Chansiri สิ้นสุดลง และมีเจ้าของใหม่เข้ามาเติมความหวัง แฟนบอลนกเค้าแมวก็คงหวังว่าอนาคตข้างหน้าจะสดใสกว่าเดิม... หรืออย่างน้อยก็ขอให้ไม่ต้องโดนหักแต้มเพิ่มก็พอแล้วล่ะเนอะ!