แสงไฟที่เริ่มโรยแรงและกลิ่นอายของความกดดัน
ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้น แสงอาทิตย์อัสดงเหนือสนาม Metropolitano ฉาบไล้ขอบฟ้าเป็นสีส้มหม่นตัดกับสีเทาของคอนกรีตเย็นเยียบ แสงไฟสนามเริ่มทำงาน มันสาดส่องลงมาด้วยความสว่างที่ดูแห้งแล้ง ไร้ความปรานี สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่เคร่งขรึมของ Diego Simeone กุนซือผู้แบกรับความคาดหวังของเมืองไว้บนบ่า ราวกับตัวละครในหนังนัวร์ที่กำลังเผชิญหน้ากับทางแยกที่ไม่มีคำว่าสวยงาม
ท่ามกลางกระแสลมหนาวที่พัดผ่านโครงสร้างเหล็กของสนาม Diego Simeone ยืนยันหนักแน่นว่าเขาจะไม่ยอมให้เสียงเพรียกจากเกม Champions League รอบรองชนะเลิศนัดที่สองกับ Arsenal ในวันอังคารหน้า มาทำลายสมาธิในเกม LaLiga ที่ต้องรับมือ Valencia วันเสาร์นี้
บทสนทนาในเงามืด: การขาดหายของขุนพลหลัก
เมื่อถูกถามถึงการพักตัวผู้เล่น Simeone ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าแต่เฉียบคม ราวกับบทพูดในบทภาพยนตร์ที่เขียนขึ้นกลางสายฝน:
(เขามองข้ามไหล่ผู้สื่อข่าวไปยังสนามซ้อมที่ว่างเปล่า): "มันชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าวันอังคารจะมีแข่งหรือไม่ Julián Alvarez ก็คงไม่พร้อมสำหรับวันเสาร์นี้ เช่นเดียวกับ Sørloth, Giuliano, Barrios และ Josema Giménez... ผมไม่ได้ลืมใครใช่ไหม? เราจะส่งคนที่สภาพร่างกายพร้อมที่สุดลงไปสู้ในสนามที่ไม่มีที่ว่างสำหรับคนอ่อนแอ"
เป้าหมายที่ถูกล่ามไว้กับความเป็นจริง
"เราคิดถึงแค่เกมพรุ่งนี้" เขากล่าวต่อ พลางขยับปกเสื้อโค้ทสีดำสนิท "มันสำคัญมากที่เราต้องพยายามไล่ตาม Villarreal ที่อยู่ข้างหน้าเรา และเราต้องเจอกับทีมที่หิวกระหายแต้มอย่าง Valencia พวกเขาจะเล่นภายใต้แรงกดดันจากแฟนบอลและด้วยความดุดันที่กุนซือคนใหม่ของพวกเขาปลูกฝังลงไป ผมไม่อาจปันใจไปคิดถึงแมตช์อื่นได้ในตอนนี้"
รอยร้าวบนร่างกายและโอกาสในความเงียบเหงา
Simeone อธิบายถึงการหมุนเวียนนักเตะด้วยท่าทางที่แสดงถึงความเหนื่อยล้าสะสมของลูกทีม เขาพูดถึงอาการบาดเจ็บเล็กน้อย (niggles) ราวกับมันเป็นรอยสนิมที่กัดกินเครื่องจักรกลหนัก "สภาพร่างกายของพวกเขามันบังคับให้เราต้องทำแบบนั้น เราต้องการคนที่สดใหม่เพื่อลงไปบดขยี้ในสงครามครั้งนี้"
สำหรับเหล่านักเตะตัวสำรองและดาวรุ่งที่รอคอยโอกาสในเงามืด Simeone มองว่านี่คือบททดสอบจิตวิญญาณ "พวกเขามีความรับผิดชอบในการสวมเสื้อ Atlético Madrid นี่คือโอกาสที่จะพิสูจน์ว่าทำไมพวกเขาถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ ทุกย่างก้าวคือการพิสูจน์ตัวตน"
แสงสว่างจาก Thiago Almada และศรัทธาที่ยังไม่มอดดับ
เมื่อเอ่ยถึง Thiago Almada แววตาของกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ดูจะอ่อนแสงลงเล็กน้อย "Thiago เป็นฟันเฟืองสำคัญ เราเพิ่งคุยกันหลังซ้อมเสร็จ ไม่ว่าเขาจะมีเวลา 20, 60 หรือ 90 นาที ผมหวังว่าเขาจะสำแดงคุณภาพที่เขามีออกมาให้เห็น"
ในตอนท้ายของการแถลงข่าวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันตึงเครียด Simeone เผยถึงความรู้สึกส่วนลึก "ความจริงคือ ผมรู้สึกสงบ ผมรู้ว่าผมให้ไปหมดแล้ว และลูกทีมของผมก็ทุ่มเทสุดตัวเช่นกัน พลังงานเหล่านั้นมันหลอมรวมกับการทำงานหนักตลอด 14 ปีที่ผ่านมา มันเป็นเส้นทางที่ยาวไกลและเต็มไปด้วยขวากหนาม การได้มายืนอยู่ในจุดที่เรากำลังสู้กันอยู่นี้ถือเป็นของขวัญที่ทีมมอบให้ตัวเอง และเราจะรักษามันไว้จนถึงหยดสุดท้าย"
เขาทิ้งท้ายถึงเหล่าเยาวชนที่กำลังก้าวขึ้นมาว่า ฟุตบอลไม่ใช่เรื่องของอายุ แต่มันคือเรื่องของ บุคลิกภาพ (personality), ความกระหาย (enthusiasm) และ ความเชื่อมั่น (belief) สิ่งเหล่านี้คือเชื้อเพลิงที่จะขับเคลื่อนเครื่องจักรสีแดงขาวท่ามกลางควันไฟและคราบน้ำมันในคืนวันเสาร์นี้