เหตุใดการดื่มแอลกอฮอล์ในสนามฟุตบอลจึงกลายเป็นประเด็นร้อนในอังกฤษ?
กลุ่มผู้สนับสนุนฟุตบอลในอังกฤษหรือ Football Supporters’ Association (FSA) ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานตำรวจฟุตบอลสหราชอาณาจักร (UK Football Policing Unit - UKFPU) อย่างรุนแรง หลังมีการนำเหตุการณ์ Hillsborough มาเชื่อมโยงกับข้อเสนอการอนุญาตให้แฟนบอลดื่มแอลกอฮอล์ในที่นั่งชมเกม
ความขัดแย้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Andy Burnham นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร แสดงทัศนะว่ากฎหมายห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในจุดที่มองเห็นสนามแข่งขันนั้นเป็นเรื่องล้าสมัยและเป็นการเลือกปฏิบัติที่ควรถูกยกเลิกไปเสียที
ในขณะที่แฟนบอลส่วนใหญ่ขานรับแนวคิดนี้ UKFPU กลับออกมาเตือนด้วยความระมัดระวัง โดยระบุว่ากฎหมายปัจจุบันถูกประกาศใช้ตามรายงาน Taylor Report หลังเกิดโศกนาฏกรรมหลายครั้งในอดีต เพื่อความปลอดภัยของสาธารณชน
เหตุการณ์ Hillsborough เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร?
UKFPU อ้างว่าการเปลี่ยนแปลงกฎหมายพื้นฐานโดยไม่มีการตรวจสอบหลักฐานอย่างถี่ถ้วนถือเป็นเรื่องที่วู่วามเกินไป โดยเน้นย้ำว่าฟุตบอลมีปัญหาความรุนแรงและพฤติกรรมอาชญากรรมที่มากกว่ากีฬาชนิดอื่น ซึ่งแอลกอฮอล์มักมีส่วนสำคัญในเหตุวุ่นวายเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม FSA ได้โต้แย้งผ่านบัญชี X ของกลุ่มอย่างดุเดือดว่า "ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ คำแถลงของ UKFPU ที่นำเหตุการณ์ Hillsborough เข้ามาสู่การอภิปรายนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เพราะโศกนาฏกรรมดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากแอลกอฮอล์"
ทางกลุ่มยังเสริมด้วยว่า แฟนบอล 97 รายที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปี 1989 นั้นถูกตัดสินว่าเป็นการเสียชีวิตโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (unlawfully killed) ซึ่งเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ชีพ ไม่ใช่พฤติกรรมการดื่มของแฟนบอลตามที่มักถูกเข้าใจผิด
ความแตกต่างระหว่างฟุตบอลและกีฬาประเภทอื่น
ปัจจุบันกฎหมาย Sporting Events (Control of Alcohol) Act 1985 สั่งห้ามการดื่มแอลกอฮอล์ในจุดที่มองเห็นสนามสำหรับลีกอาชีพ 5 ระดับแรกของอังกฤษและเวลส์ ซึ่งสร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรมให้กับคอแฟนบอลที่ติดตาม บ้านบอลวันนี้ เป็นอย่างมาก
Andy Burnham ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมไม่คิดว่ามันยุติธรรมที่แฟนบอลจะถูกเลือกปฏิบัติเช่นนี้ กฎหมายนี้มาจากยุคที่ฟุตบอลแตกต่างจากปัจจุบันมาก และผมเชื่อว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะขจัดการเลือกปฏิบัตินี้ออกไป"
FSA ระบุเพิ่มเติมว่ามันเป็นเรื่องย้อนแย้งที่แฟนบอลสามารถนั่งดื่มเบียร์ในที่นั่งเดิมได้หากเป็นการชมคอนเสิร์ต Oasis หรือการแข่งขัน Rugby League แต่กลับทำไม่ได้เมื่อเป็นการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งสะท้อนถึงอคติที่มองแฟนบอลเป็นเพียงกลุ่มอันธพาล
แนวทางการจัดการในอนาคตของสโมสร
ข้อเสนอของกลุ่มแฟนบอลไม่ได้หมายความว่าทุกสนามต้องอนุญาตให้มีการดื่มในทุกที่นั่ง แต่ควรเป็นสิทธิของสโมสรในการตัดสินใจร่วมกับผู้สนับสนุนของตนเองตามความเหมาะสมของสถานที่
สโมสรควรมีทางเลือกในการทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับแฟนบอลของตน การปรึกษาหารือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอัฒจันทร์บางส่วนหรือโซนครอบครัวอาจไม่เหมาะกับการดื่ม แต่ในพื้นที่อื่นอาจเป็นที่ต้องการอย่างมาก
ท้ายที่สุดแล้ว การพึ่งพากฎหมายที่มีอายุกว่าหลายทศวรรษอาจไม่ตอบโจทย์บริบทของฟุตบอลสมัยใหม่ที่เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการถกเถียงนี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการพิจารณาหลักฐานเชิงประจักษ์ร่วมกันระหว่างรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง