ตำนานที่ยังมีลมหายใจ (แต่ไปนั่งสำรองบ่อยไปหน่อย)
ภาพการเหวี่ยงเสื้อฉลองประตูชัยในตำนาน หรือจังหวะสังหารจุดโทษตัดสินแชมป์ที่ทำให้คนทั้งโลกอ้าปากค้าง ชื่อของ Chloe Kelly ถูกจารึกไว้ในพงศาวดารฟุตบอลหญิงเรียบร้อยแล้วแบบไม่ต้องสงสัย
ลูกยิงช่วงต่อเวลาพิเศษใน Euro 2022 ที่คว้าแชมป์เมเจอร์แรกให้ทัพ Lionesses และจุดโทษชี้ชะตาในอีกสามปีต่อมาเพื่อป้องกันแชมป์ คือเครื่องการันตีความขลังของเธอ แต่ก็นั่นแหละค่ะ... ในโลกฟุตบอลที่หมุนไวกว่าพัดลมเบอร์สาม อิทธิพลของ Chloe Kelly ดูเหมือนจะเริ่มจางลงอย่างน่าใจหาย
ในวัย 28 ปี เธอกลายเป็นขาประจำบนม้านั่งสำรองของ Arsenal แถมในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกที่เจอกับ Spain และ Iceland เมื่อเร็วๆ นี้ เธอก็ได้สูดอากาศในสนามไปแค่ 9 นาทีถ้วน! ก่อนที่ทัพ Gunners จะลงทำศึก Champions League รอบรองชนะเลิศกับ Lyon วันอาทิตย์นี้ เรามาส่องกันหน่อยว่าทำไมตัวแม่ระดับนี้ถึงไม่ใช่ตัวเลือกแรกของทั้งสโมสรและทีมชาติ
สถานการณ์ปัจจุบัน: กราฟชีวิตที่ยิ่งกว่ารถไฟเหาะ
ย้อนกลับไปฤดูกาล 2022-23 หลังจบศึก Euro แบบสวยสับ เธอคือหัวใจสำคัญของ Manchester City ภายใต้การคุมทีมของ Gareth Taylor โดยได้ลงตัวจริงเกือบทุกนัดใน Women's Super League แต่หลังจากนั้นหนังคนละม้วนเลยค่ะ
อาการบาดเจ็บตามจองเวรจนทำให้สามปีหลังมานี้ เธอลงมาเป็นตัวสำรองมากกว่าได้สตาร์ทเสียอีก ความสัมพันธ์กับ Manchester City เริ่มระหองระแหงจนเธอต้องออกมาตัดพ้อว่าสถานการณ์มัน "น่าผิดหวัง" และ "ไม่ถูกต้อง" ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาซบ Arsenal เมื่อมกราคม 2025
ช่วงแรกที่ Emirates Stadium ก็ดูจะไปได้สวยนะคะ เธอได้ลงตัวจริงถึง 9 จาก 14 นัดที่เหลือ รวมถึงนัดชิง Champions League ที่ตบ Barcelona คว้าถ้วยมาครอง แถมยังไปสร้างชื่อใน Euro 2025 อีกรอบ แต่พอเข้าฤดูกาล 2025-26 โชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อเธอต้องพักยาว 4 เดือนด้วยปัญหาที่หัวเข่า แม้จะกลับมาซัดแฮตทริกใส่ West Ham หรือยิง Chelsea ได้ แต่สุดท้ายเธอก็กลับไปนั่งตบยุงที่ม้านั่งสำรองในเกมเลกสองที่ Stamford Bridge อยู่ดี
ฉายา 'ซูเปอร์ซับ' มันค้ำคอ?
ถ้าถามว่าเธอคือซูเปอร์ซับไหม? สำหรับ England น่ะใช่ค่ะ แต่สำหรับ Arsenal บอกเลยว่า "ไม่แกง" เพราะสถิติฟ้องว่าจากการลงสำรอง 14 นัดให้สโมสร เธอทำได้แค่ประตูเดียวกับสองแอสซิสต์
เทียบกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Stina Blackstenius ที่รายนั้นคือเจ้าแม่ตัวสำรองของจริง ยิงไปแล้ว 15 ประตูจากการลงมาเปลี่ยนเกม ซึ่งมากกว่าใครเพื่อนในทีม Gunners ดังนั้นถ้า Renee Slegers กุนซือของทีมมองหาคนมาเปลี่ยนเกม Stina Blackstenius คือเบอร์หนึ่งในใจแน่นอน
ตัวเลขมันฟ้องว่า Chloe Kelly จะแผลงฤทธิ์ได้ดีที่สุดเมื่อได้ลงเป็นตัวจริง (87.5% ของประตูที่ทำได้มาจากตอนออกสตาร์ท) ซึ่งในทีม Arsenal มีแค่ Alessia Russo, Beth Mead และ Mariona Caldentey เท่านั้นที่มีส่วนร่วมกับประตูมากกว่าเธอ
แต่ในนามทีมชาติ England มันคนละเรื่องค่ะ เธอซัดไป 5 ประตูจากการลงสำรองตั้งแต่ปี 2022 และจาก 58 นัดที่ลงเล่น เธอเป็นตัวสำรองไปถึง 40 นัด! มากกว่านักเตะคนไหนๆ ในทีม Ellen White ตำนานดาวยิงบอกว่า "เธอชอบความกดดันและมีเทคนิคระดับโลก แต่ปัญหาคือแนวรุกอังกฤษตอนนี้มันแน่นเกินไป ทั้ง Lauren Hemp, Lauren James และ Beth Mead ซึ่งทุกคนกำลังท็อปฟอร์มสุดๆ"
ใครคือ 'ก้างขวางคอ' ที่ Arsenal?
การแข่งขันในทีม Arsenal มันดุเดือดเหมือนแย่งคิวร้านส้มตำเจ้าดังค่ะ ทั้ง Alessia Russo ที่ยิงกระจาย และ Beth Mead ลูกรักขาประจำทางกราบขวาที่ Chloe Kelly จองไว้ ซึ่ง Beth Mead มีสถิติการสร้างสรรค์โอกาสและการไล่บีบพื้นที่ (Pressing) ที่ดูจะถูกใจโค้ชมากกว่า
ยังไม่พอ... ฝั่งซ้ายยังมี Olivia Smith ดาวรุ่งค่าตัวเกือบ 1 ล้านปอนด์จาก Canada ที่ฟอร์มกำลังสด การลงทุนระดับนี้แปลว่าสโมสรตั้งใจจะปั้นเธอเป็นแกนหลักแน่นอน อย่างไรก็ตาม Renee Slegers ก็พยายามหมุนเวียนนักเตะเพื่อให้ทีมสดอยู่เสมอ
ก้าวต่อไปของ Chloe Kelly
ในวัย 28 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงพีคของอาชีพนักเตะ เดือนหน้าเธออาจจะมีเหรียญแชมป์ Champions League สองสมัยซ้อนมาประดับบารมี แต่คำถามคือ เธอจะแฮปปี้กับการเป็นแค่ "อะไหล่" ที่ Emirates Stadium จริงหรือ? หรือเธอจะเลือกย้ายไปหาทีมที่การันตีตัวจริง เพื่อมัดใจ Sarina Wiegman ก่อนลุยฟุตบอลโลกที่ Brazil ปีหน้า?
บทต่อไปของตัวจี๊ดทีมชาติอังกฤษคนนี้ น่าติดตามยิ่งกว่าละครหลังข่าวเสียอีกค่ะ!