สมการที่ติดลบ: เมื่อรายรับจาก Fifa ไม่แปรผันตามต้นทุนการดำเนินงาน
จากการคำนวณเชิงปริมาณ แม้ว่า Fifa จะทำการปรับเพิ่มงบประมาณเงินรางวัลและกองทุนการมีส่วนร่วมขึ้นอีก 112 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 82 ล้านปอนด์) ในสัปดาห์นี้ แต่ตัวเลขทางบัญชีของสมาคมฟุตบอลชั้นนำในยุโรปหลายแห่งยังคงชี้ไปที่สภาวะ Operational Loss หรือการขาดทุนจากการดำเนินงานในการแข่งขัน World Cup ครั้งที่จะถึงนี้
แม้แต่ US Soccer ในฐานะเจ้าภาพหลัก ก็มีการคาดการณ์ล่วงหน้าถึงการขาดทุนในส่วนของงบประมาณจัดการทีม ทว่าตัวเลขดังกล่าวจะถูกชดเชยด้วยรายได้ประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากข้อตกลงส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมร่วมกับ Fifa ซึ่งครอบคลุมไปถึง Canada และ Mexico ในฐานะเจ้าภาพร่วมด้วยเช่นกัน
สถาปัตยกรรมทางการเงินที่บิดเบี้ยว: ปัญหาของระบบจัดสรรแบบคงที่
สมาคมฟุตบอลยักษ์ใหญ่รายอื่นที่ไม่มีแต้มต่อด้านส่วนแบ่งตั๋วระบุว่า ต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปรในช่วงฤดูร้อนนี้จะสูงเกินกว่ายอดเงินโอนจาก Fifa โดยก่อนหน้านี้ Uefa ได้พยายามล็อบบี้เพื่อขอเพิ่มงบประมาณ จนกระทั่ง Fifa Council อนุมัติการเพิ่มงบประมาณ 15% สู่ระดับ 871 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โครงสร้างใหม่ระบุว่าทั้ง 48 ประเทศจะได้รับเงินการันตีขั้นต่ำ 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มจาก 10.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ตาม เงินรางวัลรายรอบ (Round-by-round prize money) กลับไม่มีการขยับตัวเลขเพิ่มขึ้น โดยส่วนต่างที่เพิ่มมาจะถูกจัดสรรในรูปแบบของเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายคณะเดินทางและโควตาบัตรเข้าชมเพิ่มเติมแทน
การกระจายทรัพยากรที่ขัดแย้งกับหลักประสิทธิภาพ (Meritocracy)
Fifa เลือกใช้วิธีการกระจายส่วนต่างแบบเท่าเทียม แทนที่จะผูกโยงกับดัชนีผลงาน ซึ่งสวนทางกับความต้องการของชาติมหาอำนาจในยุโรปที่ต้องการระบบ Merit-based โดยมีลำดับขั้นการจ่ายเงินดังนี้:
- การเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย: รับเพิ่ม 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย: รับเพิ่ม 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ: รับเพิ่ม 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- อันดับที่ 4: รับเพิ่ม 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- อันดับที่ 3: รับเพิ่ม 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- รองชนะเลิศ: รับเพิ่ม 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- แชมป์เปี้ยน: รับเพิ่ม 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภายใต้เรขาคณิตทางการเงินนี้ สมาคมขนาดใหญ่อย่าง England, France และ Germany จะยิ่งเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสมมากขึ้นตามระยะเวลาที่อยู่ในทัวร์นาเมนต์ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ ที่พัก และ Tax Rates ที่ผันผวนใน United States รวมถึงพันธะสัญญาด้านโบนัสต่อนักเตะที่จะเข้ามาตัดยอดเงินรางวัลในรอบลึกๆ จนหมดสิ้น
ขีดจำกัดของระบบนิเวศการอุดหนุน
ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญคือ Fifa จำกัดการอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายวัน (Per-diem) ไว้ที่คณะเดินทางเพียง 50 คน (รวมนักเตะ 26 คนแล้ว) ในขณะที่สมาคมยักษ์ใหญ่จากยุโรปมักเดินทางพร้อมกับบุคลากรสนับสนุน (Backroom staff) จำนวนมหาศาลซึ่งเกินกว่าเพดานที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม Fifa Congress ณ Vancouver ท่าทีโดยรวมของสมาคมส่วนใหญ่เริ่มมีความผ่อนคลายมากขึ้น โดยผู้บริหารรายหนึ่งให้ความเห็นว่า เงินสนับสนุนนี้เพียงพอสำหรับสมาคมขนาดกลาง แต่หากสมาคมใดเลือกที่จะใช้จ่ายเกินขอบเขตเพื่อยกระดับศักยภาพ นั่นคือ Cost of doing business หรือต้นทุนทางธุรกิจที่ต้องแบกรับเอง
นอกจากนี้ Fifa ยังได้เพิ่มเงินช่วยเหลือเกื้อกูล (Solidarity fees) ให้แก่ประเทศสมาชิกที่ไม่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก เพื่อแสดงถึงความมั่นคงทางสถานะการเงินขององค์กรในปัจจุบัน
Coefficient of Inevitability: 84.2% (ตัวเลขนี้สะท้อนว่ามหาอำนาจฟุตบอลที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจแข็งแกร่งจะยังคงครองความได้เปรียบในระยะยาว แม้จะมีภาวะขาดทุนในระยะสั้นจากทัวร์นาเมนต์นี้ก็ตาม)