เกือบได้ไปต่อ แต่ดันจอดแค่ป้ายนี้
บอกเลยว่าแฟนบอล Wrexham แทบจะกรีดร้องออกมาเป็นภาษาเวลส์ เพราะโอกาสเลื่อนชั้นมันวางอยู่ตรงหน้าแท้ๆ ชนิดที่ว่าเอื้อมมือไปนิดเดียวก็ถึง แต่ดันทำหลุดมือไปแบบน่าเขกกะโหลก
ภารกิจมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แค่ต้องเอาชนะ Middlesborough ในเกมวันเสาร์ให้ได้ เพื่อต่อลมหายใจในการลุ้นตั๋วใบสุดท้ายไปโชว์ตัวใน Premier League แต่ก็นั่นแหละครับท่านผู้ชม Wrexham ทำได้แค่เสมอไปแบบกร่อยๆ 2-2
แต้มไม่ถึง ฝันก็พัง
จบฤดูกาลนี้ Wrexham เก็บไปได้ 71 คะแนน รั้งอันดับ 7 ของตาราง EFL Championship ซึ่งเป็นลีกรองอันดับสองของอังกฤษ ในขณะที่อันดับ 6 อย่าง Hull City ปิดจ๊อบที่ 73 คะแนน
ลองจินตนาการดูสิว่าถ้าวันเสาร์นั้น Wrexham เก็บเพิ่มได้อีก 2 แต้มจากการชนะ พวกเขาจะมีแต้มเท่ากันเป๊ะ และด้วยประตูได้เสียที่เหนือกว่า พวกเขาจะปาดหน้าคว้าอันดับ 6 ไปครองทันที แต่นี่แหละครับฟุตบอล... 'ถ้า' คำเดียวสั้นๆ ที่เปลี่ยนโลกไม่ได้
กติกาที่โหดร้ายของ Championship
สำหรับใครที่ยังงงกับระบบลีกอังกฤษ อันดับ 1 และ 2 เขาจะได้เลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ (Automatic Promotion) ส่วนอันดับ 3 ถึง 6 ต้องมาตบตีกันในรอบเพลย์ออฟเพื่อหาทีมที่ 3 ที่จะได้ไป Premier League
ถ้าวันเสาร์นั้น Wrexham ชนะ พวกเขาจะต้องไปลุ้นเหนื่อยต่ออีก 2 นัดในรอบเพลย์ออฟเพื่อเลื่อนชั้น แต่นี่คือจบข่าว ไม่ต้องลุ้นอะไรต่อแล้วจ้า
ดราม่าในสนามที่ทำเอาแฟนบอลใจสลาย
เกมกับ Middlesborough เริ่มมาแค่ 4 นาที Wrexham ก็โดนส่องนำไปก่อน แต่พวกเขาก็ฮึดสู้จนตีเสมอและแซงนำได้ในนาทีที่ 41 ดูเหมือนสคริปต์หนังฮอลลีวูดกำลังจะมา แต่ดันโดนตีเสมอคืนในอีก 2 นาทีถัดมา และนั่นคือสกอร์สุดท้ายของเกม
ในขณะเดียวกัน Hull City ก็เกือบจะไม่รอดเหมือนกัน เพราะโดน Norwich City นำไปก่อนในนาทีที่ 26 แต่แล้วอดีตกองหน้า Premier League อย่าง Oli McBurnie ก็สวมบทฮีโร่ซัดจุดโทษนาทีที่ 28 และมายิงอีกลูกนาทีที่ 67 ช่วยให้ Hull City ชนะ 2-1 ยึดอันดับ 6 ไว้อย่างเหนียวแน่น
มองโลกในแง่ดี (แบบกัดฟันพูด)
ถึงจะพลาดไปแบบน่าเสียดาย แต่ Wrexham ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีดีพอจะเบียดลุ้นเลื่อนชั้น ซึ่งก็น่าจะทำให้ตลาดซื้อขายนักเตะรอบหน้าคึกคักแน่นอน เพื่อที่จะกลับมาปีนบันไดขั้นสุดท้ายสู่ลีกสูงสุดให้ได้ในฤดูกาลหน้า