Minneapolis. 22:14 น. ท้องฟ้าสีตะกั่วปกคลุมเมือง ฝนพรำบางเบาจนถนนกลายเป็นกระจกเงาสะท้อนแสงไฟนีออน อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์สูงพอจะทำให้กลิ่นยางไหม้จากล้อรถบัสทีมเยือนติดจมูก
แผนปล้นที่ยังไม่จบสิ้น
ในห้องแต่งตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสเปรย์กล้ามเนื้อและคราบเหงื่อที่แห้งกรังบนผืนผ้า Dane Moore นักข่าวสายเจาะลึกได้ยิงคำถามใส่ Jaden McDaniels ถึงประเด็นร้อนที่ทุกคนในลีกกำลังกระซิบกระซาบกัน การกลับมาของ Anthony Edwards ในซีรีส์นี้เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หรือเป็นแรงผลักดันทางจิตวิญญาณให้ทีมเดินหน้าต่อหรือไม่
McDaniels นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเย็นเยียบเหมือนเหล็กกล้าที่ผ่านการตีขึ้นรูปในเตาหลอมของ NBA เขาไม่ได้ตอบด้วยประโยคสวยหรูของพวกนักประชาสัมพันธ์ แต่เขาตอบด้วยภาษาของคนที่ร่วมหัวจมท้ายกันในภารกิจอันตราย
คำสัญญาในเงามืด
“ผมบอกเขาไปแล้วว่า พวกเราจะยันสถานการณ์นี้ไว้ให้เอง จนกว่าเขาจะพร้อมกลับมา”
สั้น. กระชับ. หนักแน่น.
มันไม่ใช่แค่การให้สัมภาษณ์ แต่มันคือการประกาศกร้าวถึง claustrophobic architecture หรือสถาปัตยกรรมเกมรับอันน่าอึดอัดที่เขาเตรียมจะสร้างขึ้นเพื่อกักขังคู่ต่อสู้ Jaden McDaniels กำลังบอกกับโลกวา Minnesota Timberwolves ไม่ได้รอคอยความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง แต่พวกเขากำลังเฝ้าประตูเมืองไว้ด้วยชีวิต เพื่อรอให้ขุนพลเบอร์หนึ่งอย่าง Anthony Edwards หายจากอาการบาดเจ็บและกลับมาปิดงาน
ในโลกของบาสเกตบอลระดับสูงที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงและเงินตรา คำพูดนี้คือสัตย์ปฏิญาณของพี่น้องร่วมสาบาน มันคือจังหวะการเลี้ยงลูกที่สม่ำเสมอ... ปึก. ปึก. ปึก. มั่นคงและไม่สั่นคลอน
เนื้อหาต้นฉบับจาก Hoops Hype: "I told him we're gonna hold it til he gets ready."