การปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากร: Brian McDermott ในฐานะแกนกลางใหม่ของ England
มีการยืนยันการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในระดับบริหารจัดการทีม โดย Brian McDermott ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมชาติ England ประเภทชาย เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สมรภูมิ Rugby League World Cup ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้
หากพิจารณาจากข้อมูลเชิงสถิติ กุนซือวัย 56 ปีผู้นี้มีประวัติการสร้างความสำเร็จที่มั่นคง โดยเฉพาะในช่วง 8 ปีกับ Leeds Rhinos ซึ่งเขาสามารถคว้าแชมป์ Super League Grand Finals ได้ถึง 4 สมัย, Challenge Cups 2 สมัย รวมถึง World Club Challenge และ League Leaders' Shield โดยเขาจะเข้ามาแทนที่ Shaun Wane ที่ตัดสินใจยุติบทบาทไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ในมิติของการกระจายภาระงาน (Workload Distribution) McDermott ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ฝึกสอนที่สโมสร Gold Coast Titans ใน NRL จะปฏิบัติหน้าที่ในรูปแบบ Part-time ซึ่งถือเป็นความแตกต่างเชิงโครงสร้างเมื่อเทียบกับ Wane ที่ทำงานแบบเต็มเวลา
กระบวนการคัดสรรและวิสัยทัศน์เชิงระบบ
Rugby Football League ได้ทำการคัดเลือกจากรายชื่อผู้สมัครสุดท้าย 5 ราย ซึ่งประกอบด้วย Brad Arthur (หัวหน้าผู้ฝึกสอน Leeds คนปัจจุบัน), Sam Burgess จาก Warrington, Paul Rowley จาก St Helens และอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอน Steve McNamara
McDermott ได้ให้ทัศนะต่อบทบาทใหม่นี้ว่า: "ผมมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับหน้าที่นำทัพ England มุ่งสู่ 2026 Rugby League World Cup"
"วัตถุประสงค์หลักของผมคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงศักยภาพ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถขับเคลื่อนระบบด้วยความมั่นใจ ผมให้ความสำคัญกับรายละเอียดเชิงลึก (Granular Detail) มาโดยตลอด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นภายในกลุ่มก่อนถึงช่วงเวลาวิกฤต"
เส้นทางอาชีพและลำดับเหตุการณ์ (Timeline)
- [2006]: เริ่มต้นบทบาทหัวหน้าผู้ฝึกสอนกับ Harlequins RL (ปัจจุบันคือ London Broncos)
- [2010 - 2018]: ช่วงเวลาแห่งการสะสมความสำเร็จกับ Leeds Rhinos และควบตำแหน่งโค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกา
- [Post-2018]: ปฏิบัติหน้าที่กับ Toronto Wolfpack และ Featherstone
- [2022 - ปัจจุบัน]: ย้ายสู่ระบบ NRL กับ Newcastle Knights และ Gold Coast Titans ตามลำดับ
สำหรับตารางการแข่งขันใน Australia ทีม England จะเริ่มต้นแมตช์แรกกับ Tonga ณ เมือง Perth ในวันที่ 17 ตุลาคม ตามด้วยการเผชิญหน้ากับ France และ Papua New Guinea
บทวิเคราะห์เชิงกลศาสตร์และบุคลิกภาพ: อดีตนาวิกโยธินผู้ควบคุมแรงปะทะ
เมื่อระดับตำนานอย่าง Kevin Sinfield ระบุว่า McDermott คือโค้ชที่ดีที่สุดที่เขาเคยร่วมงานด้วย นั่นย่อมสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบการสอนที่ไม่อาจมองข้ามได้ ด้วยพื้นฐานจากการเป็นอดีตนาวิกโยธินและนักมวยสากล McDermott จึงมีความเข้าใจในเรื่อง Leverage และ Aggressive Front-row Mechanics เป็นอย่างดี
ในพื้นที่ฝึกซ้อม เขาอาจมีบุคลิกที่ซับซ้อน มีการใช้มุกตลกจาก Alan Partridge เพื่อลดความตึงเครียดของโครงสร้างทีม แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีความเด็ดขาดในการปรับลดตัวผู้เล่นที่ส่งผลต่อสมดุลของทีม เช่นกรณีของ Rob Burrow ที่เคยเกิดแรงเสียดทาน (Friction) ในอดีต
แม้ว่าเขาอาจจะไม่ใช่ 'นักการทูต' ที่นุ่มนวลในการปฏิสัมพันธ์กับสื่อมวลชน แต่หากพิจารณาจากโมเดลของ Wayne Bennett กุนซือชาวออสเตรเลียที่เคยนำ England เข้าใกล้แชมป์ในปี 2017 จะเห็นได้ว่าบุคลิกที่แข็งกร้าวไม่ใช่ตัวแปรลบเสมอไปในการทำทีมระดับสูง
ภารกิจที่ท้าทายที่สุดของ McDermott คือการรวมศูนย์ศักยภาพของผู้เล่นในช่วงเวลาที่จำกัด เพื่อต้านทานการครอบงำเชิงพื้นที่ของทีมชาติ Australia โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกที่เขาได้รับจากการทำงานในระบบ NRL ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา