องก์ที่หนึ่ง: พิธีกรรมแห่งการเลือกสรรและการปฏิเสธการเปลี่ยนรูป
เมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงจุดเริ่มต้นของรอบที่หกในวันเสาร์ที่ผ่านมา พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของการดราฟต์ก็ได้อุบัติขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Cleveland Browns ตัดสินใจเลือก Taylen Green เข้าสู่ทำเนียบนักรบของพวกเขา ท่ามกลางสายตาของเหล่านักวิจารณ์ที่มองว่าสรีระอันสูงตระหง่านและมวลกล้ามเนื้อที่เปี่ยมไปด้วยแรงบิดเชิงกลของเขานั้น เหมาะสมกับการข้ามฟากไปเป็นตัวรับหรือปีกในมากกว่า แต่ทว่า Andrew Stephen Berry ผู้จัดการทั่วไปผู้เคร่งครัดในหลักการ ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า Taylen Green จะยังคงเป็นผู้บัญชาการเกมในตำแหน่งควอเตอร์แบ็กต่อไป
องก์ที่สอง: พลศาสตร์ของกลุ่มก้อนและสมดุลแห่งอำนาจ
การก้าวเข้ามาของ Taylen Green คือการเติมเต็มโครงสร้างที่ซับซ้อนอยู่เดิม เพราะในบัญชีรายชื่อปัจจุบันยังมีทั้ง Shedeur Sanders และ Dillon Gabriel สองขุนพลที่ถูกเลือกมาเมื่อปีก่อน รวมถึงแกนกลางหลักอย่าง Deshaun Watson ซึ่ง Andrew Stephen Berry ได้อธิบายถึงการจัดวางตำแหน่งครั้งนี้ว่าเป็นการเพิ่มมิติของความเร็วและแรงเฉื่อยในแนวลึก โดยที่การเข้ามาของสมาชิกใหม่จะไม่มีผลกระทบในเชิงลบต่อสถานะของคนอื่นในทันที และทางทีมมีแผนที่จะ "เคลื่อนพล" ไปข้างหน้าด้วยควอเตอร์แบ็กทั้งสี่ชีวิตในช่วงปิดฤดูกาลนี้
องก์ที่สาม: ยุทธศาสตร์การป้องกันและการบริหารความเสี่ยง
ในเชิงวิศวกรรมการจัดการทีม Andrew Stephen Berry ปรารถนาที่จะรักษาโครงสร้างนี้ไว้ให้มั่นคงที่สุด โดยตั้งเป้าที่จะเก็บควอเตอร์แบ็กสามคนไว้ในรายชื่อใช้งานจริง (Active Roster) และคนที่สี่ไว้ในชุดซ้อม (Practice Squad) เพื่อสร้างระบบสำรองที่สมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตาม กฎเกณฑ์ของฟิสิกส์ในสนามแข่งขันนั้นโหดร้ายเสมอ เพราะพวกเขาไม่อาจการันตีได้ว่า Shedeur Sanders, Dillon Gabriel หรือแม้แต่ Taylen Green จะรอดพ้นจากการถูกทีมอื่นฉกตัวไป (Waivers) หากไม่ถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อหลัก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของตลาดนักเตะใน NFL ที่เปรียบเสมือนกระแสลมที่แปรปรวน อาจบีบให้สถาปนิกอย่าง Andrew Stephen Berry ต้องปรับเปลี่ยนพิมพ์เขียวของห้องควอเตอร์แบ็กอีกครั้งก่อนที่ฤดูกาลจะเริ่มต้น


