ปฐมบทแห่งเหมันตฤดู ณ Coors Field
เข็มนาฬิกาหยุดนิ่ง ณ เวลาขว้างลูกแรก กระแสลมพัดผ่านด้วยความเร็ว 8 ไมล์ต่อชั่วโมงภายใต้ความชื้นสัมพัทธ์ที่เบาบางเพียง 22 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาประหนึ่งน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ณ Coors Field เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา Los Angeles Dodgers แชมป์ World Series สองสมัยซ้อน ยังคงเดินหน้าสถาปนาอำนาจในฐานะอาณาจักรที่ไร้เทียมทานที่สุดในปฐพีเบสบอล พวกเขาบดขยี้ Colorado Rockies ไปด้วยสกอร์ 7-1 ขยับสถิติขึ้นเป็น 15-4 ทิ้งห่างทุกทีมในลีกที่ยังไม่มีใครก้าวข้ามธรณีประตูแห่งชัยชนะนัดที่ 13 ได้เลย
"มันเป็นความหนาวที่แห้งผาก" Dave Roberts ผู้จัดการทีมจอมทัพกล่าวติดตลกถึงอุณหภูมิ 35 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งถือเป็นสมรภูมิที่เยือกเย็นที่สุดที่ทีมเคยเผชิญมานับตั้งแต่รุ่งอรุณของปี 2000 ชัยชนะสี่นัดรวดนี้มิใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่มันคือการประกาศก้องถึงความยิ่งใหญ่ที่สืบทอดมาจากยุคทองปี 1977
พันธสัญญาแห่งชัยชนะและรอยร้าวในเครื่องบรรณาการ
ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่นับตั้งแต่ปี 1900 มีเพียง 44 ทีมเท่านั้นที่สามารถเริ่มฤดูกาลด้วยผลงาน 15-4 หรือดีกว่านั้น และในจำนวนนั้นมีถึง 13 ทีมที่ก้าวไปหยิบแหวน World Series มาครองได้สำเร็จ ทว่าสิ่งที่น่าฉงนสนเท่ห์ยิ่งกว่าสถิติ คือการที่ Los Angeles Dodgers ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้โดยแทบมิได้รับอานิสงส์จากสองขุนพลใหม่ที่ดึงตัวมาร่วมทัพในช่วงปิดฤดูกาลอย่าง Edwin Díaz และ Kyle Tucker เลยแม้แต่น้อย
Edwin Díaz ผู้เปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งการปิดเกม กลับดูเหมือนนักบวชที่สูญเสียศรัทธาชั่วคราว เขาสามารถเซฟได้ 4 จาก 5 ครั้ง แต่กลับไม่ได้ย่างกรายลงสู่เนินขว้างเลยนับตั้งแต่ทำแต้มนำ 3 รันหลุดมือเมื่อวันศุกร์ที่ 10 เมษายน แม้ Dave Roberts จะยืนยันว่าเขายังแข็งแกร่งและมิใช่ปัญหาของบัญชีรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บ (IL) แต่ความเร็วของ the stitched planet (ลูกเบสบอล) ที่พุ่งออกจากมือเขานั้นกลับลดน้อยถอยลงอย่างน่ากังวล ในขณะที่ Alex Vesia และ Tanner Scott ต้องก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ประหนึ่งผู้ช่วยสังฆราชเพื่อประคองสถานการณ์ในยามที่เทพเจ้าตัวจริงยังคงนิ่งเงียบ
วิถีแห่งวงสวิงและปราการเหล็กที่ไร้ช่องโหว่
ทางด้าน Kyle Tucker เขากำลังเผชิญกับช่วงเวลาแห่งการทดสอบศรัทธาด้วยสถิติ .236/.341/.347 ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานอันสูงส่งของเขาอย่างน่าใจหาย อัตราการสวิงลม (Strikeout rate) ของเขาพุ่งสูงถึง 22.4% ราวกับวิถีของ the hide-bound orb (ลูกเบสบอล) กลายเป็นปริศนาธรรมที่เขาไม่อาจตีแตก ทว่ากองทัพสีน้ำเงินกลับไม่สั่นคลอน เพราะเหล่าอัครสาวกที่เหลือยังคงสำแดงปาฏิหาริย์อย่างต่อเนื่อง
- Freddie Freeman, Teoscar Hernandez และ Max Muncy ต่างทำผลงานได้เหนือมาตรฐาน
- Shohei Ohtani และ Will Smith ยังคงเป็นเสาหลักที่มั่นคง
- Andy Pages และ Hyeseong Kim (ผู้มาแทน Mookie Betts) ต่างระเบิดฟอร์มด้วยค่า OPS+ ที่สูงลิ่ว
ปาฏิหาริย์บนเนินขว้างและแนวรับ
แม้ Roki Sasaki และ Emmet Sheehan จะมีค่า ERA ที่พุ่งสูงเกินกว่าจะยอมรับได้ แต่จตุรเทพที่เหลืออย่าง Shohei Ohtani, Tyler Glasnow, Justin Wrobleski และ Yoshinobu Yamamoto กลับทำสถิติ ERA รวมกันเพียง 1.88 จากการลงสตาร์ท 13 นัด พวกเขาเปลี่ยนเนินขว้างให้กลายเป็นแท่นบูชาที่คู่แข่งไม่อาจล่วงละเมิด ผนวกกับเกมรับที่นำโด่งในสถิติ Defensive Runs Saved ทำให้ Los Angeles Dodgers ในเวลานี้ดูเหมือนเครื่องจักรสังหารที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระหัตถ์ของพระเจ้า
หนทางสู่การเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ 3 สมัยซ้อนนับตั้งแต่ New York Yankees ยุคปี 1998-2000 ยังอีกยาวไกลนัก หกเดือนต่อจากนี้อาจมีขวากหนามและโศกนาฏกรรมรออยู่ แต่ ณ เวลานี้ Los Angeles Dodgers ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ต่อให้ขุนพลเอกจะอ่อนล้าหรืออาวุธใหม่จะยังไม่คมกล้า แต่อาณาจักรของพวกเขาก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครจะสั่นคลอนได้โดยง่าย