ปฐมบทแห่งความเงียบงัน ณ ผืนหญ้าสีเขียว
ในยามที่เข็มนาฬิกาเคลื่อนผ่านวินาทีแห่งความสูญเสีย ลมตะวันตกพัดเอื่อยด้วยความเร็ว 8 ไมล์ต่อชั่วโมง หอบเอาความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 62 เข้าปกคลุมสนามแข่งขัน ทิ้งให้บรรยากาศหนักอึ้งราวกับถูกจองจำด้วยความโศกเศร้า Los Angeles Dodgers และโลกแห่งเบสบอลต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย เมื่ออดีตขุนพลผู้เคยร่ายรำวงสวิงอย่างสง่างามได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
ภรรยาของ Garret Anderson ยอดบุรุษผู้โลดแล่นในลีกสูงสุดยาวนานถึง 17 ฤดูกาล สวมยูนิฟอร์มของ Los Angeles Angels, Atlanta Braves และ Los Angeles Dodgers ในฐานะ All-Star 3 สมัย ได้แจ้งต่อ ESPN News Services ว่าสามีของเธอสิ้นใจด้วยอาการหัวใจวาย ทิ้งไว้เพียงตำนานและหยาดน้ำตาที่รดลงบนผืนดิน
สดุดีแด่สุภาพบุรุษผู้กุมชะตา 'พิภพแห่งตะเข็บ'
“Garret จะครองพื้นที่พิเศษในดวงใจของเหล่าสาวก Angels ตลอดกาล ด้วยความเป็นมืออาชีพ ความสง่างาม และความจงรักภักดีที่เขามีให้ทั้งในและนอกสนาม” Arte Moreno เจ้าของทีม Angels กล่าวถึงผู้ล่วงลับด้วยถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความเคารพ “ความรักที่เขามีต่อเกมกีฬานี้นั้นยิ่งใหญ่จนมิอาจวัดตวงได้”
Garret Anderson คือผู้ถือครองสถิติ hits สูงสุดตลอดกาลของ Angels และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการคว้าแชมป์ World Series ปี 2002 ทว่าในช่วงปัจฉิมบทของอาชีพ เขาได้จรดปากกาเซ็นสัญญา minor-league กับ Los Angeles Dodgers และลงทำศึกในฐานะขุนพลสีน้ำเงินถึง 80 นัด
แรงบันดาลใจจากบุรุษผู้ร่ายมนตร์ทางกราบซ้าย
ในฤดูกาลเดียวกับที่ Garret Anderson สวมชุด Dodgers นั้นเอง คือปีที่ Freddie Freeman ยอด first baseman ระดับซูเปอร์สตาร์เริ่มต้นการเดินทางของเขากับ Atlanta Braves ทว่าความผูกพันนั้นลึกซึ้งกว่าเพื่อนร่วมอาชีพ เพราะ Freddie Freeman เติบโตมาพร้อมกับการเฝ้ามอง Garret Anderson บัญชาการเกมจากอัฒจันทร์
“ในฐานะนักหวดมือซ้าย การได้เห็นเขาพุ่ง the stitched planet (พิภพแห่งตะเข็บ) ไปยัง left field ตามใจปรารถนา ราวกับเขาสามารถสั่งการวิถีโค้งของมันได้ด้วยเวทมนตร์” Freddie Freeman เปิดเผยกับ Jack Harris แห่ง New York Post “เขาทำให้เด็กน้อยอย่างผม ตกหลุมรักในศาสตร์แห่งเบสบอลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น”
Freddie Freeman ยอมรับว่าเขาพยายามถอดรหัสพันธุกรรมทางการกีฬาของ Garret Anderson มาเป็นต้นแบบในการเล่นของตนเอง ผสมผสานกับเกมรับอันดุดันของ Darin Erstad เจ้าของรางวัล Gold Glove หลายสมัย “เมื่อคุณถูกสอนให้หวดลูกไปทางซ้าย และคุณเห็นนักเบสบอลระดับเมเจอร์ทำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับบทกวี คุณย่อมหลงใหลในตัวเขา”
บทสรุปแห่งความเศร้าใน 4 คำสั้นๆ
บ่อยครั้งที่ตำนานมักเตือนเราว่า ‘อย่าได้พบกับฮีโร่ของคุณเลย’ เพราะความจริงอาจทำลายภาพฝัน แต่สำหรับ Freddie Freeman การได้พบกับ Garret Anderson คือการยืนยันถึงความงดงามของจิตใจมนุษย์ “เขาเป็นชายที่งดงามเหลือเกิน ผมปรารถนาให้เขายังอยู่ตรงนี้ เขาเปรียบเสมือนประทีปส่องทางให้ผู้คนมากมาย”
เมื่อต้องสรุปความรู้สึกต่อการจากไปของไอดอลผู้ล่วงลับในวัยเพียง 53 ปี Freddie Freeman ได้กลั่นกรองความโศกเศร้าออกมาเป็นถ้อยคำสั้นๆ ที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจว่า:
“53 is too young” (53 ปีนั้นสั้นเกินไป)