ความเสื่อมสลายที่ถูกลิขิตไว้
สังเวียนรุ่น heavyweight ของ UFC ตกอยู่ในสภาวะเน่าเฟะมานานหลายปี มันเหมือนเครื่องจักรเก่ากึ๊กที่ฟันเฟืองหลุดกระเด็น นับตั้งแต่ Francis Ngannou ทิ้งเข็มขัดและเดินออกจากกรงไปสู่สถานะ free agent แต่ทว่าอย่าได้ชี้นิ้วไปที่ชายฉายา “The Predator” เลย เพราะสำหรับเขาแล้ว กลิ่นคาวเลือดที่จางหายไปนี้คือความผิดบาปของเหล่าโปรโมเตอร์
Francis Ngannou เปิดใจกับ The Schmo ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมก่อนศึกใหญ่บน Netflix ในฐานะคู่รองของรายการ Ronda Rousey vs. Gina Carano วันที่ 16 พฤษภาคมนี้ เขาพูดถึงความล้มเหลวที่กัดกินวงการเหมือนสนิมเหล็ก
การบริหารจัดการที่บิดเบี้ยว
“ผมคิดว่ามันคือการบริหารจัดการที่ผิดพลาด” เขากล่าวถึงสภาพของ heavyweight MMA ในปัจจุบัน “มันมีการจัดการที่ห่วยแตกจนทำให้ทุกอย่างพังทลาย และนั่นคือจุดที่เรายืนอยู่ตอนนี้ คุณเห็นไหม แม้แต่ตอนนี้เรามีนักสู้ฝีมือดีอย่าง Tom Aspinall แต่เขากลับต้องเผชิญกับอุปสรรคบ้าบอพวกนี้ มันคือความผิดพลาดที่ทำให้ความบันเทิงไม่เกิดขึ้น”
เขาย้ำชัดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก “เมื่อผมพูดถึงการจัดการที่ผิดพลาด ผมไม่ได้หมายถึงผู้จัดการส่วนตัว... ผมหมายถึง promotion (องค์กรจัดแข่ง) มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นที่นั่น”
พันธนาการที่ถูกตัดขาด
สำหรับการก้าวต่อไป Francis Ngannou เลือกที่จะไม่รอคอยโชคชะตาหรือคู่ชกที่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป เขามองว่าการรอคอยคือความตายที่เชื่องช้า “ในยุคที่มีบริษัทมากมายขนาดนี้ การยึดติดกับชื่อใดชื่อหนึ่งมันไร้ประโยชน์ ผมเคยลองแล้วและมันล้มเหลว ดูอย่างไฟต์กับ Jon Jones สิ เราคุยเรื่องนี้มา 6 ปี... จนมันน่ารำคาญที่จะพูดถึง เป้าหมายสุดท้ายของผมคือการสู้ ใครก็ได้ที่เหมาะสม ผมจะสู้”
นั่นคือเหตุผลที่เขาตกลงรับมือกับ Philipe Lins คู่ชกที่อาจไม่ได้ดูหวือหวา แต่เป็นร่างเนื้อที่สดใหม่และมาพร้อมสถิติชนะรวด 4 ครั้ง Francis Ngannou ยอมรับว่าการกลับคืนสู่กรงเหล็กนั้นให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยมากกว่าสังเวียนมวยสากลที่เขาเคยไปลิ้มลอง
อิสรภาพในดินแดนรกร้าง
“ผมมีความสุขกับการฝึกซ้อม มวยสากลมันต่างออกไป แต่สิ่งที่แน่นอนคือผมคุ้นเคยกับ MMA มากกว่า” เขากล่าว “ผมทำมันมานาน มันสบายใจกว่ามวยสากล แต่ไม่มีอะไรมาผูกมัดผมได้ ผมเป็นอิสระ ถ้าไฟต์ไหนมันสมเหตุสมผล ผมก็พร้อมจะลุย”
เราคงต้องรอดูกันว่าแรงกระเพื่อมของ Francis Ngannou บนแพลตฟอร์ม Netflix จะรุนแรงแค่ไหน ท่ามกลางคำสบประมาทว่าเขาไม่ใช่ตัวดึงดูดผู้ชมอีกต่อไป หลังจากที่เคยไปชกใน Saudi Arabia ในช่วงเวลาที่ผิดเพี้ยนและช่องทางถ่ายทอดสดที่เข้าถึงยาก ครั้งนี้คือโอกาสบนเวทีสตรีมมิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากวันที่ 16 พฤษภาคมจบลงด้วยชัยชนะ ใครจะรู้ว่าโศกนาฏกรรมครั้งต่อไปของเขาจะไปจบลงที่ตรงไหน
เมื่อฝูงชนสลายตัว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน แสงไฟนีออนสีขาวซีดจางสะท้อนบนผืนผ้าใบที่เปียกชุ่ม กลิ่นแอมโมเนียฉุนกึกจากน้ำยาทำความสะอาดพยายามลบเลือนร่องรอยการต่อสู้ แต่มันไม่เคยลบความจริงที่เกิดขึ้นได้เลย