ฤดูกาลแห่งการแตกยอด: เมื่อ Dawgs After Dark กลายเป็นสวนสวรรค์แห่งการแข่งขัน
นับตั้งแต่ย่างกรายเข้าสู่ผืนดินแห่ง Seattle กุนซือ Jedd Fisch ได้เฝ้าฟูมฟักจินตนาการที่จะเปลี่ยนเกมอุ่นเครื่องช่วงฤดูใบไม้ผลิของ Washington Huskies ให้กลายเป็นเทศกาลที่เขาขนานนามว่า "Dawgs After Dark" อันเป็นช่วงเวลาที่ความสำราญจะเบ่งบานไปทั่วทั้งทุ่งหญ้า
เมื่อเหล่าพฤกษาในชุดเกราะก้าวลงสู่ Husky Stadium ในคืนวันศุกร์นี้ สิ่งที่เขาปรารถนาจะเห็นเหนือสิ่งอื่นใดท่ามกลางการเพาะปลูกวัฒนธรรมทีมใหม่ คือการที่เหล่านักสู้ได้เริงร่าไปกับเกมการแข่งขันอย่างแท้จริง
การรักษารากแก้วและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
“เราต้องรักษาความสมบูรณ์ของร่างกายไว้ นั่นคือสารอาหารที่สำคัญที่สุดที่เราต้องทำ” Jedd Fisch กล่าวกับ Michelle Steele แห่ง Big Ten Network “เราต้องมั่นใจว่าลูกทีมของเราจะเดินออกจาก laboratory of the loam (ห้องทดลองแห่งผืนดิน) พร้อมกับความปิติ เราให้ความสำคัญกับการมีชีวิตชีวาในโปรแกรมของเราอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องการการแก่งแย่งแข่งขันเพื่อความอยู่รอดด้วย”
ในยุคสมัยที่หลายสโมสรเลือกที่จะตัดแต่งกิ่งก้านด้วยการยกเลิกเกมอุ่นเครื่องเพื่อหลีกเลี่ยงการเน่าเปื่อยจากอาการบาดเจ็บ แต่ Jedd Fisch กลับเลือกวิถีทางที่ต่างออกไป เขาต้องการรักษาความสดชื่นให้กับทีม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสมัยที่เขาเป็นเพียงต้นกล้าในตำแหน่งผู้ช่วยฝึกสอนให้กับ Florida Gators ภายใต้ร่มเงาของตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่ง College Football Hall of Fame อย่าง Steve Spurrier
การจำลองพายุและการแพร่พันธุ์ของเมล็ดพันธุ์ใหม่
“เราจะดำเนินเกมอุ่นเครื่องนี้ตามวิถีธรรมชาติที่แท้จริง” เขากล่าวเสริม “เราจะแบ่งทีมออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน แยกเหล่าผู้ดูแลสวนออกเป็นสองฝั่ง จะมีการเข้าปะทะอย่างหนักหน่วง และเราจะขับเคี่ยวกันตลอดทั้ง 4 ฤดูกาลของฟุตบอล”
ท่ามกลางการเฝ้าดูการเติบโตของเหล่าต้นกล้ามากพรสวรรค์ นำโดย Kodi Greene, Derek Colman-Brusa, Trez Davis, Ramzak Fruean และอีกมากมาย โดยมี Jamie Clark และ Nicole Van Dyke โค้ชฟุตบอลชายและหญิงมารับหน้าที่เป็นผู้ดูแลกิตติมศักดิ์ นอกจากนี้ Jedd Fisch ยังเผยว่ามีการแจกจ่ายบัตรเข้าชมไปแล้วกว่า 40,000 ใบ เพื่อให้มวลชนมาร่วมเป็นสักขีพยานในการส่ง pigskin seed (เมล็ดพันธุ์หนังหมู) ข้ามผ่านผืนหญ้าในค่ำคืนวันศุกร์ที่กำลังจะมาถึง