กรงเหล็กและคำพิพากษา
ในดินแดนที่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปกับกลิ่นเหงื่อ Joaquin Buckley กำลังเดินหน้าเข้าหาพายุเขม่าควันในการเผชิญหน้ากับ Sean Brady ณ ศึก UFC 328 ที่กำลังจะมาถึง มันไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่มันคือการดิ้นรนของเครื่องจักรที่กำลังจะหมดอายุการใช้งาน
Jon Anik กระบอกเสียงหลักของ UFC เคยกล่าวกับ MMA Junkie ว่าเดิมพันครั้งนี้ที่ Prudential Center ใน Newark รัฐ N.J. นั้นสูงลิบลิ่ว เขามองว่าผู้แพ้ระหว่าง Buckley และ Brady จะต้องถูกเตะกระเด็นย้อนกลับไปในเส้นทางลุ้นแชมป์ถึง 2 ปีเต็ม เหมือนฟันเฟืองที่หลุดกระเด็นออกจากกลไกที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่งในรุ่น welterweight
ความตายในอาชีพที่คืบคลาน
แต่สำหรับ Buckley สายตาของเขาไม่ได้มองไกลไปถึงเข็มขัดทองคำที่ส่องประกายหลอกลวงนั่น หลังจากที่สถิติชนะรวด 7 นัดของเขาถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยน้ำมือของ Kamaru Usman เมื่อเดือนมิถุนายน และทางด้าน Brady เองก็เพิ่งถูก Michael Morales กระชากวิญญาณแห่งชัยชนะไปในเดือนพฤศจิกายน ความกลัวที่แท้จริงไม่ใช่การเสียอันดับ แต่มันคือการถูกกำจัดทิ้ง
"สำหรับผม มันคือการออกไปแสดง... แค่นั้น" Buckley กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเหมือนเหล็กขูดกับปูน "ผมไม่สนเรื่องเสียเวลาสองปีหรอก ผมมองว่าใครก็ตามที่แพ้ในไฟต์นี้ จะต้องถูกไล่ออก (getting cut) นั่นคือวิธีที่ผมมอง งานของผมแขวนอยู่บนเส้นด้าย จิตวิญญาณของผมบอกแบบนั้น"
ปริศนาของเนื้อและกระดูก
หลังจากที่เขาถูก Kamaru Usman บดขยี้ในเกมภาคพื้นจนสภาพเหมือนเศษเหล็ก Buckley รู้ดีว่า Sean Brady จะพยายามลากเขาลงสู่ปลักตมบนผืนผ้าใบเพื่อปิดบัญชีด้วยการซับมิชชันหรือพายุหมัด "Newmansa" เชื่อมั่นว่าเขามีคำตอบสำหรับปริศนาที่เปื้อนเลือดนี้ และชัยชนะจะช่วยต่อลมหายใจให้เขาไปถึงปี 2026
"ผมตื่นเต้นที่จะได้ทำลายปริศนานี้" Buckley ทิ้งท้าย เป้าหมายเดียวของเขาคือการมีชีวิตรอดเพื่อสู้ในวันถัดไป เจ็บปวด. แตกหัก. ดิ้นรน.
เมื่อฝูงชนสลายตัวไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่น่าขนลุก แสงไฟ fluorescent สีขาวซีดด้านบนส่องกระทบผืนผ้าใบที่ยังหลงเหลือรอยจ้ำสีแดงจางๆ กลิ่นแอมโมเนียและน้ำยาฆ่าเชื้อรุนแรงตลบอบอวลไปทั่วพลาสติกที่ถูกขัดถู เพื่อลบเลือนร่องรอยของความพ่ายแพ้ที่เพิ่งเกิดขึ้นให้หายไปราวกับไม่เคยมีใครเคยหลั่งเลือดตรงนี้มาก่อน