โชคชะตาที่ต้องชำระ: Khamzat Chimaev กับการเดิมพันด้วยซากศพของชื่อเสียง
Khamzat Chimaev ตระหนักดีถึงฟันเฟืองแห่งโชคชะตาที่กำลังหมุนวน เขารู้ว่าต้องมีบางอย่างที่แตกหักใน UFC 328 หากเขาปรารถนาจะบิดเบือนสายตาที่โลกใช้มองเขาเสียใหม่
ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ Chimaev จะต้องลากเข็มขัดแชมป์รุ่น middleweight ออกมาวางเดิมพันเป็นครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศที่ขุ่นมัว เขาต้องเผชิญหน้ากับ Sean Strickland อดีตเพื่อนร่วมทีมในศึก main event ที่ถูกคาดหวังราวกับเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์
ณ Newark, New Jersey อุณหภูมิความแค้นพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคู่ต่างส่งสัญญาณถึงความรุนแรงที่ก้าวข้ามขอบเขตของกรงเหล็ก ราวกับเสียงโลหะหนักที่เสียดสีกันจนเกิดประกายไฟ
'Borz' กับภารกิจดับลมหายใจเพื่อล้างมลทิน
ค่ายฝึกของ 'Borz' สำหรับ UFC 328 ถูกบันทึกไว้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ราวกับภาพยนตร์นัวร์ที่ฉายซ้ำๆ นักสู้ชาว Chechen ผู้นี้ดูแข็งแกร่งและเย็นชาเหมือนเครื่องจักรสังหารที่เพิ่งผ่านการชโลมน้ำมันมาใหม่ๆ
แม้เขาจะเป็นต่ออย่างมากในการเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาต แต่ Chimaev ยอมรับอย่างราบเรียบว่าเขาต้อง finish หรือปิดบัญชีด้วยความตายของเกมการแข่งขันเท่านั้น เพื่อลบภาพจำที่แฟนๆ มีต่อเขาในปัจจุบัน
แม้เขาจะสำแดงเดชเหนือ Dricus Du Plessis จนคว้าชัยมาได้ แต่ฝูงชนกลับรู้สึกเหมือนถูกทรยศ พวกเขาผิดหวังที่ Chimaev ไม่ได้มอบฉากจบที่นองเลือดหรือรุนแรงพอ
“ใช่ แน่นอน ผมต้องเผด็จศึกเขา ไม่อย่างนั้นผู้คนก็จะก่นด่าว่าผมเป็นนักสู้ที่น่าเบื่อต่อไป” Chimaev กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ท่ามกลางวงล้อมของสื่อมวลชนที่กระหายข่าว ราวกับแร้งที่รุมล้อมซากปรักหักพัง
สถิติที่เย็นเยียบและความทรงจำที่ผุกร่อน
ในขณะที่ Strickland ยังคงพ่นวาจาถากถางอย่างไม่ลดละ 'Borz' กลับพยายามรักษาความสงบที่ดูน่าขนลุก หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเขาจะเจองานหนักในการลาก Strickland ลงสู่พื้นดิน เมื่อเทียบกับตอนที่เขาถลุง Du Plessis ไปถึง 12 ครั้ง
Strickland ครอบครองสถิติป้องกันการเทคดาวน์ที่ 76% ขณะที่ Du Plessis มีเพียง 34% แต่นั่นเป็นเพียงตัวเลขที่ไร้วิญญาณสำหรับเขา
“สำหรับผม พวกเขาก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ” Chimaev กล่าวถึงเหยื่อในอดีต “มันควรจะง่าย (ที่จะลากเขาลงพื้น) มันเคยง่ายมาแล้ว เราเคยซ้อมด้วยกันเมื่อห้าปีก่อน และผมไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนไปหรอก รอดูกันแล้วกัน”
เมื่อฝูงชนสลายตัวไป ทิ้งไว้เพียงแสงไฟนีออนที่สั่นระริกสะท้อนบนคราบเหงื่อและรอยเลือดบนผืนผ้าใบ กลิ่นแอมโมเนียและน้ำยาฆ่าเชื้อโชยเตะจมูก—ความสะอาดที่พยายามปกปิดร่องรอยของความโหดเหี้ยมที่เพิ่งผ่านพ้นไป